OMODA & JAECOO ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จหลังจบงาน BIG MOTOR SALE 2026 ด้วยยอดจองรวมมากกว่า 5,028 คัน ตลอดช่วงการจัดงานระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569 สะท้อนกระแสความสนใจของผู้บริโภคไทยต่อรถยนต์พลังงานใหม่ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง
ตัวเลขยอดจองครั้งนี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะ OMODA & JAECOO เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เข้ามาทำตลาดไทยไม่นาน แต่สามารถสร้างการรับรู้ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและรถพลังงานทางเลือกได้ค่อนข้างเร็ว โดยเฉพาะรุ่นที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางระยะไกล
JAECOO 5 EV เป็นตัวหลัก กินสัดส่วนยอดจอง 53%
รุ่นที่ทำยอดจองโดดเด่นที่สุดคือ JAECOO 5 EV ซึ่งครองสัดส่วนยอดจองสูงถึง 53% ของยอดรวมทั้งหมด จุดนี้สะท้อนว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในไทยยังมีแรงดึงดูดสูง โดยเฉพาะรถที่วางตำแหน่งให้ใช้งานง่ายและคุ้มค่า
JAECOO 5 EV จึงกลายเป็นหนึ่งในรุ่นที่ช่วยขับเคลื่อนภาพของแบรนด์ในตลาดไทย เพราะกลุ่มลูกค้าที่มองหารถไฟฟ้าสำหรับใช้งานประจำวันยังมีจำนวนมาก และต้องการตัวเลือกที่ให้ความมั่นใจทั้งด้านผลิตภัณฑ์ ราคา และบริการหลังการขาย
JAECOO 6T REEV ตามมา 28% ตอกย้ำกระแสรถไฟฟ้าขยายระยะทาง
อีกรุ่นที่มีบทบาทสำคัญคือ JAECOO 6T REEV ซึ่งครองสัดส่วนยอดจอง 28% โดยรุ่นนี้เป็นรถที่ใช้เทคโนโลยี REEV หรือรถไฟฟ้าที่มีระบบช่วยขยายระยะทาง เหมาะกับผู้ใช้ที่สนใจรถไฟฟ้า แต่ยังอยากได้ความยืดหยุ่นในการเดินทางมากขึ้น
ความนิยมของ JAECOO 6T REEV แสดงให้เห็นว่าตลาดไทยไม่ได้มองเฉพาะรถ BEV อย่างเดียว แต่ยังเปิดรับรถพลังงานใหม่รูปแบบอื่น ๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่ช่วยลดความกังวลเรื่องระยะทางและการชาร์จในบางสถานการณ์
เริ่มส่งมอบแล้ว และตั้งเป้าครบภายในกันยายน
OMODA & JAECOO ประเทศไทย ระบุว่าได้เริ่มทยอยส่งมอบรถให้แก่ลูกค้าแล้วตั้งแต่ตอนนี้ และจะดำเนินการส่งมอบทั้ง JAECOO 5 EV และ JAECOO 6T REEV ให้ครบภายในช่วงสิ้นเดือนกันยายน 2569
นอกจากตัวรถแล้ว แบรนด์ยังชูเรื่องมาตรฐานบริการหลังการขาย โดยระบุว่ามีเครือข่ายโชว์รูมกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับลูกค้า ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญสำหรับรถยนต์แบรนด์ใหม่ในไทย เพราะผู้ใช้ไม่ได้ดูแค่ราคาและสเปก แต่ยังให้ความสำคัญกับศูนย์บริการ ความพร้อมอะไหล่ และความมั่นใจระยะยาว
ภาพรวม OMODA & JAECOO ในไทย
OMODA & JAECOO เป็นแบรนด์รถยนต์ภายใต้ CHERY Automobile ที่มุ่งพัฒนายานยนต์พลังงานใหม่หลายรูปแบบ ครอบคลุมทั้ง BEV, PHEV, HEV, REEV และเทคโนโลยีทางเลือกอื่น ๆ
จากข้อมูลของบริษัท แบรนด์เติบโตใน 33 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก มีผู้ใช้ทั่วโลกมากกว่า 410,000 คน และเริ่มเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยครั้งแรกในปี 2567