Posted in

HUAWEI Watch D3 และ FreeBuds Neo เปิดตัว ชูวัดความดันระดับจริงจัง

HUAWEI เปิดตัวอุปกรณ์กลุ่ม Wearable และ Audio รุ่นใหม่ในตลาด Global โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ HUAWEI Watch D3 สมาร์ตวอทช์สายสุขภาพที่ต่อยอดจากตระกูล Watch D พร้อมฟีเจอร์วัดความดันแบบจริงจัง และ HUAWEI FreeBuds Neo หูฟังไร้สายรุ่นใหม่ที่เน้นระบบตัดเสียงรบกวนและคุณภาพเสียงที่ดีขึ้น

รอบนี้ HUAWEI วาง Watch D3 เป็นนาฬิกาที่เน้นสุขภาพมากกว่าสมาร์ตวอทช์ทั่วไป โดยเฉพาะการวัดความดันโลหิตผ่านกลไกแบบถุงลมที่อยู่ในสาย ซึ่งต่างจากสมาร์ตวอทช์หลายรุ่นที่อาศัยการประเมินจากเซ็นเซอร์ออปติคัลเป็นหลัก

HUAWEI Watch D3 มากับระบบวัดความดันแบบ 24 ชั่วโมง

จุดขายใหญ่ของ HUAWEI Watch D3 คือระบบ Ambulatory Blood Pressure Monitoring หรือการติดตามความดันโลหิตตลอด 24 ชั่วโมง โดยตัวเรือนใช้กลไกถุงลมเชิงกลในสายเพื่อช่วยวัดความดันให้ใกล้เคียงอุปกรณ์วัดความดันแบบปลอกแขนมากขึ้น

แนวคิดนี้ทำให้ Watch D3 แตกต่างจากสมาร์ตวอทช์สายสุขภาพทั่วไป เพราะไม่ได้เน้นแค่การวัดชีพจร ออกซิเจนในเลือด หรือการนอนหลับเท่านั้น แต่ขยับไปสู่การติดตามค่าความดันอย่างจริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ต้องการดูแนวโน้มสุขภาพในแต่ละวัน

ตัวเรือนบางลง จอใหญ่ขึ้น ใส่สบายกว่าเดิม

ด้านดีไซน์ HUAWEI Watch D3 ใช้หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.92 นิ้ว ความละเอียด 408 x 480 พิกเซล ตัวเรือนมีขนาด 46.5 x 41 x 11.3 มม. และน้ำหนักประมาณ 40 กรัมเมื่อไม่รวมสาย

เมื่อเทียบกับ Watch D รุ่นก่อน HUAWEI พยายามปรับให้ Watch D3 ดูบางลง เบาขึ้น และใส่สบายขึ้น โดยยังคงหน้าตาทรงสี่เหลี่ยม พร้อมเม็ดมะยมดิจิทัลและปุ่มด้านข้างสำหรับควบคุมการใช้งาน

ไม่ได้มีแค่ความดัน แต่ยังครบด้านสุขภาพ

นอกจากการวัดความดัน HUAWEI Watch D3 ยังรองรับฟีเจอร์ด้านสุขภาพหลายอย่าง เช่น การติดตามการนอนหลับ, ECG, HRV, Physical Readiness Score และการจัดการสุขภาพแบบรอบด้านผ่านระบบของ HUAWEI

สำหรับคนที่ออกกำลังกาย HUAWEI ยังเพิ่มการวัดความดันก่อนและหลังออกกำลังกาย เพื่อช่วยประเมินความเหมาะสมของระดับกิจกรรมในแต่ละช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ด้านสุขภาพเหล่านี้ควรใช้เพื่อการติดตามข้อมูลเบื้องต้น และไม่ควรใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์โดยตรง

HUAWEI FreeBuds Neo หูฟังไร้สายรุ่นใหม่

อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่เปิดตัวพร้อมกันคือ HUAWEI FreeBuds Neo หูฟังไร้สายดีไซน์ In-ear ที่เน้นความสบายในการใส่ น้ำหนักหูฟังแต่ละข้างประมาณ 4.8 กรัม และมีให้เลือกหลายสี เช่น Stellar Silver, Nebula Pink, Ice White และ Starry Black

FreeBuds Neo รองรับระบบตัดเสียงรบกวนแบบปรับตามสภาพแวดล้อมได้สูงสุด 30dB Adaptive ANC พร้อมไดรเวอร์ Turbo รุ่นใหม่, Spatial Audio และรองรับการส่งสัญญาณเสียงคุณภาพสูงแบบ Lossless สูงสุด 2.3Mbps เมื่อใช้งานกับอุปกรณ์ HUAWEI ที่รองรับ

เชื่อมต่อได้หลายอุปกรณ์ ไม่จำกัดแค่ HUAWEI

จุดที่น่าสนใจของ FreeBuds Neo คือรองรับการเชื่อมต่อสองอุปกรณ์พร้อมกัน และใช้งานได้กับอุปกรณ์หลายระบบ ทั้ง Android, iOS และ Windows ทำให้ไม่จำเป็นต้องอยู่ใน Ecosystem ของ HUAWEI ทั้งหมดก็ยังใช้งานได้

เรื่องนี้ช่วยให้ FreeBuds Neo ดูเป็นตัวเลือกที่ยืดหยุ่นขึ้นสำหรับผู้ใช้ที่มีหลายอุปกรณ์ เช่น ใช้มือถือ Android แต่ทำงานบนโน้ตบุ๊ก Windows หรือใช้ iPhone ร่วมกับแท็บเล็ตและคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น

ราคาและการวางจำหน่าย

ในสหราชอาณาจักร HUAWEI Watch D3 เปิดราคาเริ่มต้นที่ 399.99 ปอนด์ ส่วน HUAWEI FreeBuds Neo เปิดราคา 119.99 ปอนด์ โดยมีกำหนดวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2026 เป็นต้นไป

ส่วนราคาและกำหนดวางจำหน่ายในประเทศไทยยังต้องรอประกาศจาก HUAWEI ประเทศไทยอีกครั้ง หากเข้ามาทำตลาดไทย จุดที่น่าจับตาคือ Watch D3 จะถูกวางเป็นนาฬิกาสุขภาพระดับพรีเมียมมากกว่าสมาร์ตวอทช์ทั่วไปหรือไม่

สรุป

HUAWEI Watch D3 ถือเป็นสมาร์ตวอทช์ที่น่าสนใจสำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับการติดตามสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องความดันโลหิต เพราะใช้แนวทางวัดผ่านกลไกถุงลมและรองรับการติดตามแบบ 24 ชั่วโมง ซึ่งแตกต่างจากนาฬิกาสายฟิตเนสทั่วไป

ส่วน HUAWEI FreeBuds Neo เป็นหูฟังที่ดูครบขึ้นในแง่การใช้งานประจำวัน ทั้ง ANC, Spatial Audio, Lossless Audio และการเชื่อมต่อสองอุปกรณ์พร้อมกัน ถ้า HUAWEI นำทั้งสองรุ่นเข้ามาวางจำหน่ายในไทย ก็น่าจะเป็นอีกคู่ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเสริม Ecosystem ของแบรนด์ได้ดี

ที่มา: GSMArenaHUAWEI UKHUAWEI GlobalAndroid Authority