Shopee ประเทศไทยเดินหน้าขยายบริการภายใต้แนวทาง Online-to-Offline (O2O) ด้วยการเปิดตัว Shopee Instant Mart และ Shopee Telepharmacy เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความรวดเร็วและการเข้าถึงสินค้าในชีวิตประจำวันได้ทันที โดย Shopee Instant Mart ให้บริการสั่งซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ของสด ของชำ และสินค้าจำเป็น พร้อมจัดส่งถึงผู้ใช้ภายใน 1 ชั่วโมงภายใต้เงื่อนไขของพื้นที่และร้านค้าที่เข้าร่วม ขณะที่ Shopee Telepharmacy ทำหน้าที่เชื่อมผู้ใช้งานกับเภสัชกรวิชาชีพสำหรับการพูดคุยและรับคำแนะนำเกี่ยวกับอาการเบื้องต้นและการใช้ยา ก่อนการจ่ายยาโดยร้านขายยาพันธมิตร การเปิดตัวสองบริการนี้จึงเป็นการขยายบทบาทของ Shopee จากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซทั่วไปไปสู่บริการ On-demand ที่เชื่อมร้านค้า Grocery ร้านค้ารายย่อย และเครือข่ายร้านขายยาในชุมชนเข้ากับผู้บริโภคผ่านระบบโลจิสติกส์แบบจัดส่งด่วน

สำหรับ Shopee Instant Mart มาพร้อมแนวคิด “ช้อปทุกอย่าง รับเร็วสุดใน 1 ชั่วโมง” เปิดให้สั่งซื้อสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบริการจัดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ โดยสินค้าที่มีให้เลือกครอบคลุมตั้งแต่ของใช้ในชีวิตประจำวัน วัตถุดิบทำอาหาร ผักและผลไม้สด เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ทั้งนี้ระยะเวลาจัดส่งและการให้บริการขึ้นอยู่กับพื้นที่ ช่วงเวลา และร้านค้าที่เข้าร่วม ในช่วงเปิดตัว Shopee ยังมีโปรโมชันสินค้าบางประเภทลดสูงสุด 50% ในช่วงเที่ยงวัน และผู้ใช้งานครั้งแรกมีโค้ดส่วนลดสูงสุด 40% โดยเครือข่ายร้านค้าพันธมิตรประกอบด้วย Big C Supercenter, Lotus’s, Tops, Maxvalu Thailand และ Villa Market รวมถึงร้านค้าเฉพาะทางและร้านค้ารายย่อยในชุมชน ซึ่งช่วยให้ผู้ขายสามารถเชื่อมหน้าร้านออฟไลน์เข้ากับช่องทางออนไลน์และเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ได้มากขึ้น
ระยะแรกของ Shopee Instant Mart ครอบคลุม กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองใหญ่อย่างเชียงใหม่ ชลบุรี ขอนแก่น นครราชสีมา สงขลา และภูเก็ต โดย Shopee ระบุว่าจะทยอยขยายพื้นที่ให้บริการเพิ่มขึ้นในอนาคต พร้อมมีระบบรับประกันเวลาจัดส่ง หากคำสั่งซื้อถูกส่งล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนด ผู้ใช้จะได้รับโค้ดส่วนลดมูลค่า 30 บาทตามเงื่อนไขของบริการ คุณธัญญธร เหล่าวัชระ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ Shopee ประเทศไทย ระบุว่าการพัฒนา On-demand Logistics ครั้งนี้มีเป้าหมายตอบโจทย์พฤติกรรมที่ผู้บริโภคต้องการทั้งความเร็วและความสะดวกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาเร่งรีบ ฝนตก การจราจรติดขัด หรือการสั่งสินค้าจำเป็นในช่วงกลางคืน ขณะเดียวกัน Shopee มองว่าบริการดังกล่าวสามารถเปิดโอกาสให้ SMEs และร้านค้ารายย่อยขยายธุรกิจเข้าสู่โมเดล O2O ได้มากขึ้น

อีกหนึ่งบริการที่เปิดตัวพร้อมกันคือ Shopee Telepharmacy ซึ่งทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มตัวกลางเชื่อมผู้ใช้งานกับเภสัชกรวิชาชีพ เพื่อพูดคุย ซักถามอาการเบื้องต้น และรับคำแนะนำด้านการใช้ยา ก่อนที่ร้านขายยาพันธมิตรจะเป็นผู้จ่ายและส่งมอบยาตามกฎหมาย โดย Shopee ระบุว่าบริการดังกล่าวได้รับการประกาศรับรองโปรแกรมประยุกต์จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2026 และร่วมมือกับ Pharmcare รวมถึงร้านขายยาพันธมิตร เช่น ร้านยากรุงเทพ, FASCINO, ยาหนึ่ง (Drug One), LAB Pharmacy, P&F Smooth Life และ Tops Care ผู้ใช้สามารถเลือกเภสัชกรหรือร้านขายยาที่ต้องการปรึกษา และติดต่อผ่าน Video Call, Voice Call หรือแชทบนแอปพลิเคชันได้ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมเมื่อมีการสั่งจ่ายยากับเภสัชกรวิชาชีพ พร้อมบริการจัดส่งด่วนสำหรับยาสามัญประจำบ้านและสินค้าเพื่อสุขภาพฟรีไม่มีขั้นต่ำ รวมถึงคูปองส่วนลด 30 บาทในกรณีจัดส่งเกินเวลาที่กำหนดตามเงื่อนไข
Shopee ย้ำว่า ไม่ได้เป็นผู้จำหน่ายยาโดยตรง แต่เป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างผู้ใช้งานกับเภสัชกรและร้านขายยาพันธมิตรที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย โดยการจ่ายยาและการส่งมอบยังอยู่ภายใต้การดูแลของร้านขายยาที่เข้าร่วม บริการ Telepharmacy จึงถูกวางให้เป็นอีกช่องทางสำหรับการเข้าถึงคำปรึกษาเบื้องต้นด้านสุขภาพและการใช้ยาในรูปแบบออนไลน์ ควบคู่กับการเปิดรับสมัครร้านขายยาอิสระและเภสัชกรทั่วประเทศเข้าร่วมเครือข่าย ขณะที่ภาพรวมของทั้ง Instant Mart และ Telepharmacy สะท้อนทิศทางที่ Shopee ต้องการต่อยอดระบบโลจิสติกส์และอีคอมเมิร์ซให้เข้ามาใกล้การใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น ตั้งแต่การซื้อของสดและของชำ ไปจนถึงการเชื่อมผู้ใช้งานกับบริการจากร้านขายยาในชุมชนบนแพลตฟอร์มเดียว