Posted in

iPhone รุ่นครบรอบ 20 ปี อาจเปลี่ยนครั้งใหญ่ จนคนรอ iPhone 18 Pro ต้องคิดหนัก

iPhone 20 Anniversory

แม้ว่าตอนนี้ Phone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ได้เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 9 กันยายนนี้ โดยภาพรวมคาดว่าจะยังใช้ดีไซน์ใกล้เคียงกับ iPhone 17 Pro แต่ปรับปรุงรายละเอียดภายในหลายจุด เช่น ชิป กล้อง แบตเตอรี่ และการเชื่อมต่อ

แต่ประเด็นที่ทำให้หลายคนลังเลคือ ข่าวลือของ iPhone รุ่นถัดไปในปีหน้า ซึ่งอาจเป็นรุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 20 ปีของ iPhone โดยมีรายงานว่า Apple อาจข้ามชื่อ iPhone 19 และใช้ชื่อเชิงสัญลักษณ์อย่าง iPhone 20 แทน เพื่อสื่อถึงวาระครบรอบ 20 ปี

แม้ทั้งหมดนี้ยังเป็นข้อมูลข่าวลือ และแผนของ Apple อาจเปลี่ยนได้เสมอ แต่ถ้าฟีเจอร์ที่หลุดออกมาจริงเพียงบางส่วน รุ่นครบรอบ 20 ปีอาจเป็น iPhone ที่เปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ iPhone X เลยก็ว่าได้

ดีไซน์ All-Glass จอโค้ง 4 ด้าน

ข่าวลือแรกที่น่าสนใจคือ iPhone รุ่นครบรอบ 20 ปีอาจใช้ดีไซน์แบบ all-glass พร้อมกระจกหน้าจอที่โค้งลงทั้ง 4 ด้าน หรือที่เรียกว่า quad-curved display เพื่อให้ตัวเครื่องดูไร้ขอบมากขึ้น และลดการมองเห็นกรอบโลหะระหว่างใช้งาน

หาก Apple ทำได้จริง นี่อาจเป็นการเปลี่ยนภาษาดีไซน์ครั้งใหญ่จาก iPhone รุ่นปัจจุบัน เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา iPhone Pro ยังยึดแนวทางตัวเครื่องเหลี่ยม ขอบชัด และโมดูลกล้องหลังขนาดใหญ่ แต่รุ่นครบรอบ 20 ปีอาจเน้นความรู้สึกแบบจอเต็มตัวเครื่องมากกว่าเดิม

จอ OLED ใหม่ บางลง สว่างขึ้น และประหยัดไฟกว่าเดิม

อีกหนึ่งอัปเกรดที่ถูกพูดถึงคือหน้าจอ OLED รุ่นใหม่ที่อาจใช้เทคโนโลยี Color Filter on Encapsulation หรือ COE จาก Samsung ซึ่งช่วยลดความหนาของชั้นหน้าจอ และทำให้แสงผ่านได้ดีขึ้น

ผลที่คาดหวังคือหน้าจออาจบางลง สว่างขึ้น และใช้พลังงานน้อยลง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับ iPhone รุ่นใหม่ เพราะหน้าจอคือหนึ่งในชิ้นส่วนที่กินพลังงานมากที่สุด โดยเฉพาะถ้า Apple ต้องการเพิ่มขนาดจอและทำดีไซน์จอเต็มมากขึ้น

iPhone 20 Anniversory

Face ID และกล้องหน้าอาจซ่อนใต้จอ

หนึ่งในฟีเจอร์ที่หลายคนรอมานานคือการซ่อน Face ID และกล้องหน้าไว้ใต้หน้าจอ เพื่อลดหรืออาจตัด Dynamic Island ออกไปทั้งหมด ทำให้หน้าจอด้านหน้าดูเต็มตากว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังต้องจับตาอย่างมาก เพราะเทคโนโลยี Face ID ใต้จอถูกพูดถึงมาหลายปี แต่ยังไม่มาถึง iPhone รุ่นจริงเสียที ปัญหาหลักคือคุณภาพของกล้องใต้จอ ความแม่นยำของระบบสแกนใบหน้า และความสว่างของจอในบริเวณที่ซ่อนเซ็นเซอร์

ดังนั้นแม้มีรายงานว่า Apple กำลังทดสอบฮาร์ดแวร์ชุดนี้อยู่ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะพร้อมใช้งานทันรุ่นปีหน้าหรือไม่

เซ็นเซอร์กล้องที่ Apple พัฒนาเอง

อีกจุดที่น่าจับตาคือ Apple อาจพัฒนาเซ็นเซอร์ภาพของตัวเอง เพื่อใช้แทนเซ็นเซอร์จาก Sony ที่ใช้มานานใน iPhone หลายรุ่น โดยมีข่าวว่า Apple มีต้นแบบเซ็นเซอร์แบบ stacked image sensor แล้ว

เซ็นเซอร์ใหม่นี้อาจใช้เทคโนโลยี LOFIC ที่ช่วยให้แต่ละพิกเซลเก็บแสงได้ยืดหยุ่นขึ้น และอาจเพิ่มช่วง Dynamic Range ได้สูงมาก หากทำได้จริง ภาพถ่ายจาก iPhone ในอนาคตอาจเก็บรายละเอียดส่วนสว่างและส่วนมืดได้ดีขึ้น โดยเฉพาะฉากย้อนแสงหรือฉากกลางคืนที่มีแสงซับซ้อน

ปุ่ม Solid-State อาจกลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง

Apple เคยมีข่าวพัฒนาปุ่มแบบ Solid-State หรือปุ่มที่ไม่ขยับจริง แต่ใช้แรงสั่นจากระบบ Haptic สร้างความรู้สึกเหมือนกดปุ่ม โดยข่าวล่าสุดระบุว่า Apple อาจยังทดสอบแนวทางนี้กับปุ่ม Side, Volume, Action และ Camera Control

ถ้าถูกนำมาใช้จริง ข้อดีคือช่วยลดชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหว เพิ่มความทนทาน และทำให้ตัวเครื่องปิดผนึกได้ดีขึ้น แต่ข้อเสียคือ Apple ต้องทำให้ความรู้สึกเวลากดเป็นธรรมชาติพอ ไม่อย่างนั้นผู้ใช้อาจรู้สึกแปลกในชีวิตประจำวัน

ชิป A21 Pro บนสถาปัตยกรรม 2 นาโนเมตรรุ่นที่สอง

iPhone 18 Pro ที่กำลังจะเปิดตัวถูกคาดว่าจะใช้ชิป A20 Pro ที่ผลิตบนกระบวนการ 2 นาโนเมตร ส่วน iPhone รุ่นครบรอบ 20 ปีอาจขยับไปใช้ A21 Pro ซึ่งเป็นชิป 2 นาโนเมตรรุ่นถัดไป

ถ้าเป็นไปตามนี้ รุ่นครบรอบ 20 ปีอาจได้ทั้งประสิทธิภาพที่สูงขึ้น การจัดการพลังงานที่ดีขึ้น และความสามารถด้าน AI บนอุปกรณ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อ Apple ต้องผลักดันฟีเจอร์ Apple Intelligence และการประมวลผลในเครื่องให้มากขึ้น

แบตเตอรี่ Silicon Anode อาจช่วยให้ใช้งานได้นานขึ้น

Apple ยังมีข่าวว่ากำลังสำรวจเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบ Silicon Anode ซึ่งสามารถเก็บลิเธียมไอออนได้มากขึ้นต่อกรัม เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่แบบเดิม

ข้อดีที่เป็นไปได้คือ iPhone อาจมีแบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดแบตเตอรี่หรือทำให้เครื่องหนาขึ้นมากนัก หากรวมกับชิปที่ประหยัดพลังงานขึ้นและหน้าจอ OLED รุ่นใหม่ รุ่นนี้อาจเป็น iPhone ที่เน้นแบตเตอรี่ดีขึ้นแบบเห็นผล

หน่วยความจำแบบใหม่เพื่อรองรับ AI บนอุปกรณ์

อีกหนึ่งข่าวลือที่เข้ากับทิศทางอุตสาหกรรมตอนนี้คือ Apple อาจประเมินการใช้หน่วยความจำแบบ Mobile High Bandwidth Memory หรือ DRAM แบบซ้อนชั้นในแนวตั้ง เพื่อเพิ่มแบนด์วิดท์ของหน่วยความจำ

เหตุผลสำคัญคือ AI บนอุปกรณ์ไม่ได้ต้องการแค่ชิปแรง แต่ยังต้องการหน่วยความจำที่รับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น หาก Apple ต้องการให้ iPhone ประมวลผล AI ได้มากขึ้นโดยไม่พึ่ง Cloud ตลอดเวลา เทคโนโลยีหน่วยความจำแบบนี้อาจมีบทบาทสำคัญมาก

อาจมี 2 ขนาดหน้าจอ และใหญ่กว่า iPhone 18 Pro

ข่าวลือยังระบุว่า iPhone รุ่นครบรอบ 20 ปีอาจมี 2 ขนาด โดยรุ่น Pro อาจขยับไปใช้หน้าจอประมาณ 6.4 นิ้ว ส่วนรุ่น Pro Max อาจแตะระดับ 7 นิ้ว ซึ่งใหญ่กว่า iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ที่คาดว่าจะยังอยู่แถว 6.3 นิ้ว และ 6.9 นิ้ว ตามลำดับ

ถ้า Apple เพิ่มขนาดจอจริง จุดที่ต้องจับตาคือบริษัทจะจัดการน้ำหนัก ความบาง และการถือใช้งานมือเดียวอย่างไร เพราะ iPhone Pro Max ในปัจจุบันก็ถือว่าเป็นมือถือขนาดใหญ่สำหรับผู้ใช้จำนวนไม่น้อยอยู่แล้ว

ควรรอ iPhone รุ่นครบรอบ 20 ปี หรือซื้อ iPhone 18 Pro?

คำตอบขึ้นอยู่กับผู้ใช้แต่ละคน หากตอนนี้ใช้ iPhone รุ่นเก่ามาก แบตเตอรี่เสื่อม กล้องไม่พอใช้งาน หรือเครื่องเริ่มทำงานช้า iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ก็น่าจะยังเป็นการอัปเกรดที่ดี โดยเฉพาะถ้าต้องการชิปใหม่ กล้องดีขึ้น และแบตเตอรี่ที่ดีขึ้น

แต่ถ้ายังใช้ iPhone รุ่นใหม่อยู่ เช่น iPhone 16 Pro หรือ iPhone 17 Pro และไม่ได้รีบเปลี่ยนเครื่อง ข่าวลือของ iPhone รุ่นครบรอบ 20 ปีอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้รออีกหนึ่งรอบ เพราะสิ่งที่ถูกพูดถึงมีทั้งดีไซน์ใหม่ จอเต็มมากขึ้น Face ID ใต้จอ เซ็นเซอร์กล้องใหม่ แบตเตอรี่ใหม่ และหน่วยความจำสำหรับ AI

สรุป: รุ่นปีหน้าอาจเป็น iPhone ที่เปลี่ยนใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี

ภาพรวมของข่าวลือ iPhone รุ่นครบรอบ 20 ปีบอกได้ว่า Apple อาจเตรียมการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งด้านดีไซน์ หน้าจอ กล้อง ปุ่มควบคุม ชิป แบตเตอรี่ และหน่วยความจำสำหรับ AI

อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำอีกครั้งว่าข้อมูลทั้งหมดนี้ยังเป็นข่าวลือ และยังเหลือเวลาอีกประมาณหนึ่งปี แผนของ Apple อาจเปลี่ยนได้ตลอด โดยเฉพาะฟีเจอร์ที่ซับซ้อนอย่าง Face ID ใต้จอหรือกล้องใต้จอ ซึ่งมีโอกาสเลื่อนได้เช่นกัน

แต่ถ้าแม้เพียงครึ่งหนึ่งของฟีเจอร์เหล่านี้เกิดขึ้นจริง iPhone รุ่นครบรอบ 20 ปีก็อาจเป็นรุ่นที่คุ้มค่ากับการรอมากที่สุดรุ่นหนึ่ง และอาจเป็นการยกเครื่อง iPhone ครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่ iPhone X เปิดตัวในปี 2017

ที่มา: MacRumors