ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ สำนักงาน กสทช. ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ให้บริการและตัวแทนจำหน่ายในจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรี เพื่อติดตาม
กระบวนการลงทะเบียนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสอบและยืนยันตัวตน การลงทะเบียนเลขหมาย
การจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการ ไปจนถึงขั้นตอนการทำงานของศูนย์บริการ เป้าหมายสำคัญคือทำให้ข้อมูลของผู้ใช้เลขหมายมีความถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถตรวจสอบได้ เพื่อลดความเสี่ยงที่เลขหมายโทรศัพท์จะถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยีรูปแบบต่าง ๆ

การตรวจสอบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามประกาศสำนักงาน กสทช. เรื่องมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งกำหนดให้ผู้ให้บริการต้องลงทะเบียนและจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างถูกต้อง
โดยคณะ กสทช. นำโดย พลตำรวจเอก ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร ประธานคณะอนุกรรมการบูรณาการแนวทางในการบังคับใช้กฎหมายความผิดทางเทคโนโลยีโทรคมนาคมและความมั่นคงของรัฐ และกรรมการ กสทช. ด้านกฎหมาย พร้อมด้วย นายต่อพงศ์ เสลานนท์ กรรมการ กสทช. ร่วมตรวจสอบการปฏิบัติงานจริง โดยมี นายนฤพนธ์ รัตนสมาหาร หัวหน้าสายงานรัฐกิจสัมพันธ์และกำกับดูแล บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และทีมทรูร่วมให้ข้อมูล เริ่มจากทรู ช็อป เซ็นทรัล มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร และครอบคลุมพื้นที่สมุทรสงครามกับเพชรบุรี
พลตำรวจเอก ดร.ณัฐธร ระบุว่า การลงพื้นที่เป็นมาตรการเชิงรุกเพื่อให้กระบวนการลงทะเบียนผู้ใช้บริการมีข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และตรวจสอบได้ โดยเน้นดูการทำงานจริงของศูนย์บริการและตัวแทนจำหน่าย ตั้งแต่ขั้นตอนยืนยันตัวตนไปจนถึงการจัดเก็บข้อมูลตามหลักเกณฑ์ พร้อมเดินหน้าประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการลงทะเบียนซิมอย่างรัดกุมไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ยังเป็นหนึ่งในกลไกสำหรับลดช่องทางที่มิจฉาชีพนำเลขหมายไปใช้ในทางที่ผิด ด้านทรูระบุว่าบริษัทจะนำข้อเสนอแนะและผลจากการตรวจสอบของ กสทช. มาปรับปรุงกระบวนการทำงาน รวมถึงดูแลให้บุคลากรและตัวแทนจำหน่ายเข้าใจและปฏิบัติตามขั้นตอนเดียวกันอย่างถูกต้อง

นายนฤพนธ์ รัตนสมาหาร ระบุว่า ทรูให้ความร่วมมือกับสำนักงาน กสทช. ในมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการตรวจสอบและยืนยันตัวตน การลงทะเบียนเลขหมาย การจัดเก็บข้อมูล ตลอดจนขั้นตอนการทำงานของศูนย์บริการและตัวแทนจำหน่ายให้สามารถตรวจสอบได้ บริษัทมองว่าการป้องกันเลขหมายโทรศัพท์ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล ผู้ให้บริการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงเตรียมนำผลการประเมินจากการลงพื้นที่ครั้งนี้มาพิจารณาเพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการและลดความเสี่ยงที่หมายเลขโทรศัพท์จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี

นอกเหนือจากการดูแลขั้นตอนลงทะเบียนซิม ทรูยังนำบริการ True CyberSafe หรือ ทรูไซเบอร์เซฟ มาใช้เป็นอีกชั้นในการป้องกันภัยไซเบอร์สำหรับลูกค้าทรูและดีแทคทุกเลขหมาย โดยระบบจะช่วยบล็อกลิงก์และเว็บไซต์ที่มีความเสี่ยงจาก SMS หรือระหว่างการใช้งานอินเทอร์เน็ตก่อนที่ผู้ใช้จะเข้าถึงเว็บไซต์อันตราย ลูกค้าไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ภาพรวมของความร่วมมือระหว่างทรูและ กสทช. ครั้งนี้จึงครอบคลุมทั้งการป้องกันตั้งแต่ต้นทางผ่านการตรวจสอบตัวตนและลงทะเบียนเลขหมายให้ถูกต้อง รวมถึงการเพิ่มมาตรการป้องกันระหว่างการใช้งาน เพื่อช่วยลดโอกาสที่โครงข่ายโทรคมนาคมและเลขหมายมือถือจะถูกนำไปใช้เป็นช่องทางก่อภัยไซเบอร์