Shopee ประเทศไทย เผยผลจากแคมเปญ Shopee 9.9 Super Shopping Day ซึ่งปี 2569 นับเป็นปีที่ 11 ของแคมเปญ 9.9 โดยตัวเลขที่เปิดเผยรอบนี้สะท้อนทั้งฝั่งผู้ขายและพฤติกรรมของผู้ซื้อที่เปลี่ยนไป ในช่วงแคมเปญมีผู้ขายไทยมากกว่า 170,000 รายเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ขณะที่ผู้ขายหน้าใหม่เกือบ 10,000 รายสามารถสร้างออเดอร์แรกได้สำเร็จ และมีผู้ขายมากกว่า 30,000 รายทำยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยหนึ่งในผู้ขายไทยมียอดขายเติบโตมากกว่า 880 เท่าเมื่อเทียบกับวันปกติ ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า Mega Campaign ยังเป็นช่วงสำคัญที่ช่วยเพิ่มการมองเห็นสินค้าและเปิดโอกาสให้ร้านค้าเข้าถึงฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น
นอกจากตลาดในประเทศแล้ว ผู้ขายไทยยังสร้างคำสั่งซื้อจากต่างประเทศผ่าน Shopee International Platform (SIP) และ Shopee Global Sales รวมประมาณ 200,000 ออเดอร์ในช่วง 9.9 โดยตลาดที่ระบุไว้มีทั้งสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย อีกกลุ่มที่เติบโตโดดเด่นคือความงามและของใช้ส่วนตัว ซึ่งมีสินค้าใหม่จากแบรนด์ T-Beauty ทั้งเซรั่ม ลิปสติก คุชชั่น และวิตามินเปิดตัวในช่วงแคมเปญ และช่วยผลักดันยอดขายในหมวดหมู่ให้เติบโตสูงสุดถึง 7.5 เท่า สะท้อนว่าแคมเปญขนาดใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงช่วงลดราคา แต่ยังสามารถใช้เป็นจังหวะเปิดตัวสินค้าและทดสอบความสนใจจากผู้บริโภคได้ด้วย

อีกพฤติกรรมที่เห็นชัดขึ้นคือผู้ซื้อให้ความสำคัญกับ ความเร็วในการได้รับสินค้า มากขึ้น โดย Shopee ระบุว่าในวันที่ 9 กันยายน 2569 มีออเดอร์ที่ทำสถิติส่งเร็วที่สุดภายใน 5 นาที และตลอดช่วงแคมเปญมีออเดอร์จากร้านค้าไทยมากกว่า 1 ล้านรายการที่ถูกจัดส่งผ่านบริการส่งด่วนและส่งทันที หรือ Express & Instant Delivery ซึ่งรองรับการจัดส่งภายในวันและแบบทันที 1–4 ชั่วโมง สำหรับหมวดสินค้าที่มีการใช้บริการจัดส่งรวดเร็วมากที่สุด ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม ของใช้ในบ้าน รวมถึงความงามและของใช้ส่วนตัว แสดงให้เห็นว่าบริการส่งเร็วกำลังมีบทบาทกับสินค้าที่ผู้ซื้อต้องการนำไปใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น
ด้านความคุ้มค่า Shopee VIP เป็นอีกบริการที่มีการใช้งานเพิ่มขึ้น โดยจำนวนผู้ใช้ใหม่เติบโตราว 11 เท่านับตั้งแต่เปิดตัวจนถึงช่วงแคมเปญ 9.9 และมีสมาชิกหนึ่งรายใช้สิทธิประโยชน์จนประหยัดค่าใช้จ่ายได้สูงถึง 140,000 บาท นอกจากนี้ Shopee ยังเปิดตัว VIP+ ในช่วงแคมเปญ ซึ่งนำสิทธิประโยชน์ของ Shopee VIP มารวมกับความบันเทิงจาก Netflix ในแพ็กเกจราคาเริ่มต้น 79 บาทต่อเดือน แนวทางดังกล่าวสะท้อนการขยายบริการอีคอมเมิร์ซจากการซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว ไปสู่รูปแบบสมาชิกที่รวมสิทธิประโยชน์และบริการอื่นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ใช้งานแพลตฟอร์ม
ภาพรวมของ Shopee 9.9 ปีนี้จึงเห็นพฤติกรรมอีคอมเมิร์ซหลายด้านพร้อมกัน ตั้งแต่ผู้ขายไทยที่ใช้แคมเปญเพื่อหาลูกค้ากลุ่มใหม่ ผู้ประกอบการที่ขยายคำสั่งซื้อไปยังตลาดต่างประเทศ การใช้ Mega Campaign เปิดตัวสินค้าใหม่ ไปจนถึงความคาดหวังของผู้ซื้อที่ต้องการทั้งความคุ้มค่าและการจัดส่งที่รวดเร็วขึ้น Shopee มองว่าบทบาทของแพลตฟอร์มจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การเป็นพื้นที่ซื้อขายสินค้า แต่ทำหน้าที่เป็น “Digital Bridge” เชื่อมผู้บริโภค ผู้ขายและแบรนด์เข้ากับเทคโนโลยีและโอกาสทางธุรกิจ โดยผลของแคมเปญปีที่ 11 ยังแสดงให้เห็นว่าความเร็ว ความสะดวก และสิทธิประโยชน์กำลังกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการแข่งขันในตลาดอีคอมเมิร์ซควบคู่กับราคาและความหลากหลายของสินค้า