ปีนี้คนที่กำลังมองหา iPhone รุ่นบนสุดมีโจทย์ให้คิดมากกว่าทุกปี เพราะนอกจาก iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max แล้ว Apple ยังมี iPhone Duo มือถือจอพับรุ่นแรกของบริษัทเข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือก
ทั้งสามรุ่นใช้ชิป A20 Pro เหมือนกัน รองรับ Apple Intelligence และ Siri AI เหมือนกัน รวมถึงได้จอ ProMotion 120Hz, Always-On Display, Ceramic Shield 2, Wi-Fi 7, Bluetooth 6, USB-C และ MagSafe แต่รูปแบบการใช้งาน กล้อง แบตเตอรี่ และที่สำคัญคือ ราคา แตกต่างกันพอสมควร
คำถามก็คือถ้าการจ่ายเงินที่เพิ่มขึ้นสำหรับ iPhone Duo นั้นคุ้มกับหน้าจอพับหรือไม่ เพราะแม้จะเป็น iPhone ที่แพงที่สุด แต่ iPhone Duo ไม่ได้ถูกจัดเป็นรุ่น Pro และในบางด้านยังมีสเปกน้อยกว่า iPhone 18 Pro ด้วย

ราคาไทยต่างกันเท่าไร?
Apple ประเทศไทยจำหน่ายทั้งสามรุ่นตั้งแต่ความจุ 256GB ไปจนถึง 2TB โดย iPhone 18 Pro เริ่มต้นที่ 48,900 บาท, iPhone 18 Pro Max เริ่ม 52,900 บาท ขณะที่ iPhone Duo กระโดดขึ้นไปเริ่มต้นถึง 79,900 บาท
| ความจุ | iPhone 18 Pro | iPhone 18 Pro Max | iPhone Duo |
|---|---|---|---|
| 256GB | 48,900 บาท | 52,900 บาท | 79,900 บาท |
| 512GB | 56,900 บาท | 60,900 บาท | 87,900 บาท |
| 1TB | 72,900 บาท | 76,900 บาท | 103,900 บาท |
| 2TB | 96,900 บาท | 100,900 บาท | 127,900 บาท |
จุดที่น่าสนใจคือ iPhone Duo แพงกว่า iPhone 18 Pro Max ที่ความจุเท่ากัน 27,000 บาททุกระดับความจุ และแพงกว่า iPhone 18 Pro ถึง 31,000 บาท ดังนั้นเงินส่วนต่างจำนวนนี้จ่ายเพื่อประสบการณ์หน้าจอพับเป็นหลัก ไม่ใช่เพื่อกล้องหรือประสิทธิภาพที่แรงกว่า
ชิปเหมือนกัน แรงไม่ใช่เหตุผลในการเลือก Duo
ทั้ง iPhone 18 Pro, 18 Pro Max และ iPhone Duo ใช้ A20 Pro เหมือนกัน ประกอบด้วย CPU 6-core, GPU 7-core พร้อม Neural Accelerators และ Dual 16-core Neural Engine รวมถึงรองรับ Hardware-accelerated Ray Tracing
ดังนั้น หากเลือก iPhone Duo เพราะคิดว่าจะได้ประสิทธิภาพสูงกว่า Pro อาจไม่ใช่เหตุผลหลัก เพราะพื้นฐานด้านการประมวลผลอยู่ในระดับเดียวกันทั้งสามรุ่น

หน้าจอคือเหตุผลหลักของ iPhone Duo
iPhone 18 Pro มีหน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ส่วน Pro Max ขยายเป็น 6.9 นิ้ว ขณะที่ iPhone Duo ใช้หน้าจอสองชุด ได้แก่ จอนอก Super Retina XDR ขนาด 5.4 นิ้ว และจอพับด้านในขนาดใหญ่ถึง 7.6 นิ้ว พร้อมพื้นผิว Nano-texture
เมื่อกางออก พื้นที่ของ Duo เหมาะกับการอ่านเว็บ ดูเอกสาร ทำงานหลายอย่างพร้อมกัน หรือรับชมคอนเทนต์บนพื้นที่จอที่ใหญ่กว่า iPhone ปกติอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังสามารถตั้งเครื่องในลักษณะต่าง ๆ เช่น โหมดหนังสือ เต็นท์ หรือคล้ายโน้ตบุ๊กขนาดเล็กได้
ทั้งสามรุ่นยังรองรับ ProMotion สูงสุด 120Hz, Always-On Display และความสว่างกลางแจ้งสูงสุด 3,000 nits เหมือนกัน
แต่พับแล้ว Duo ใหญ่และหนักกว่าที่คิด
ข้อแลกเปลี่ยนของจอพับคือขนาดตัวเครื่อง โดย iPhone Duo เมื่อพับมีความกว้าง 84.1 มม. และหนา 11.3 มม. ขณะที่ iPhone 18 Pro Max กว้าง 78 มม. และหนาเพียง 8.75 มม.
| รุ่น | ความหนา | น้ำหนัก |
|---|---|---|
| iPhone 18 Pro | 8.75 มม. | 211 กรัม |
| iPhone 18 Pro Max | 8.75 มม. | 249 กรัม |
| iPhone Duo | 11.3 มม. เมื่อพับ / 5.2 มม. เมื่อกาง | 254 กรัม |
หมายความว่าแม้จอนอกของ Duo จะมีขนาดเพียง 5.4 นิ้ว แต่ตอนพับกลับมีตัวเครื่องกว้างและหนากว่า Pro Max รวมถึงหนักกว่าเล็กน้อย ดังนั้นควรลองจับของจริงก่อนซื้อหากให้ความสำคัญกับการถือมือเดียวหรือพกในกระเป๋ากางเกง
กล้อง iPhone 18 Pro เหนือกว่าอย่างชัดเจน
อีกจุดที่ต่างกันมากคือกล้อง โดย Apple เรียกระบบของ iPhone 18 Pro ว่า Pro Fusion ขณะที่ Duo ใช้ชื่อ Dual Fusion
iPhone 18 Pro และ Pro Max มีกล้องหลัก 48MP พร้อม Variable Aperture ที่ปรับได้ระหว่าง ƒ/1.48, ƒ/1.8, ƒ/2.8 และ ƒ/4.0 รวมถึงมีกล้อง Telephoto แยกต่างหาก ทำให้มีความยืดหยุ่นในการถ่ายภาพและวิดีโอสูงกว่า
ส่วน iPhone Duo มีกล้องหลังสองตัว ได้แก่ Fusion Main 48MP และ Fusion Ultra Wide 48MP พร้อมซูม 2 เท่าจากเซ็นเซอร์หลัก แต่ไม่มี Telephoto แยกและไม่มี Variable Aperture
MacRumors ยังชี้ว่า Duo ไม่มี LiDAR Scanner, Adaptive True Tone Flash, ไมโครโฟนระดับสตูดิโอ 4 ตัว และความสามารถด้าน Spatial Photo และ Spatial Video บางส่วนที่มีอยู่บนรุ่น Pro
ดังนั้น ถ้าโจทย์หลักคือ กล้อง รุ่น Pro ยังเป็นตัวเลือกที่ครบกว่าชัดเจน แม้ Duo จะมีราคาสูงกว่าอยู่มากก็ตาม
กล้องหน้าก็แตกต่างกัน
iPhone 18 Pro และ Pro Max ใช้กล้องหน้า 18MP Center Stage พร้อม Autofocus และฟีเจอร์ระดับ Pro อย่าง ProRAW, ProRes, ProRes RAW และ Apple Log 2
iPhone Duo เลือกใช้กล้องหน้า 12MP Center Stage ที่จอด้านนอก และเพิ่มกล้อง FaceTime แบบซ่อนใต้หน้าจอสำหรับจอด้านใน เพื่อให้สามารถวิดีโอคอลขณะกางเครื่องได้
กล้องใต้จอเหมาะกับการสนทนาเป็นหลัก โดยรองรับวิดีโอสูงสุด 1080p และมีข้อจำกัดด้านฟีเจอร์มากกว่ากล้องหน้าของรุ่น Pro
แบตเตอรี่ Pro Max ยังได้เปรียบ
iPhone Duo ใช้แบตเตอรี่ภายในแบบคู่และ Apple ระบุว่าสามารถใช้งานทั่วไปได้นานสูงสุด 24 ชั่วโมง โดยหากเล่นวิดีโอผ่านจอนอกสามารถทำได้สูงสุด 44 ชั่วโมง แต่เมื่อใช้จอพับด้านใน ตัวเลขจะลดเหลือสูงสุด 31 ชั่วโมง
ฝั่ง iPhone 18 Pro เล่นวิดีโอได้นานสูงสุดประมาณ 34 ชั่วโมง ขณะที่ iPhone 18 Pro Max ทำได้สูงสุด 43 ชั่วโมง และมีระยะเวลาการใช้งานทั่วไปยาวกว่ารุ่นอื่น
ดังนั้น Duo สามารถทำเวลาได้ดีเมื่อใช้หน้าจอด้านนอก แต่ถ้าใช้ประโยชน์จากหน้าจอพับขนาด 7.6 นิ้วเป็นหลัก อายุแบตเตอรี่ก็จะลดลงตามขนาดของจอที่ต้องขับ
ชาร์จเร็ว Pro ทำเวลาได้ดีกว่าเล็กน้อย
iPhone 18 Pro และ Pro Max สามารถชาร์จจาก 0 ถึง 50% ได้ในเวลาประมาณ 15 นาที เมื่อใช้อะแดปเตอร์ที่เหมาะสม ขณะที่ iPhone Duo ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
ทั้งสามรุ่นรองรับ MagSafe และ Qi2 รวมถึงการชาร์จไร้สายสูงสุด 25W
อะไรที่ทั้งสามรุ่นได้เหมือนกัน?
แม้รูปแบบจะแตกต่างกัน แต่พื้นฐานของ iPhone รุ่นเรือธงปีนี้ใกล้เคียงกันมาก ทั้งชิป A20 Pro, Apple Intelligence, Siri AI, ProMotion 120Hz, Always-On Display, Dynamic Island, Ceramic Shield 2, กันน้ำระดับ IP68, Wi-Fi 7, Bluetooth 6, USB-C ความเร็ว USB 3 และระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม
ทุกโมเดลยังมีความจุให้เลือกตั้งแต่ 256GB, 512GB, 1TB ไปจนถึง 2TB เหมือนกัน
iPhone 18 Pro เหมาะกับใคร?
iPhone 18 Pro เหมาะกับคนที่ต้องการประสิทธิภาพระดับสูงสุดและกล้อง Pro แต่ไม่อยากได้ตัวเครื่องขนาดใหญ่ จุดเด่นคือเบาที่สุดในกลุ่ม น้ำหนัก 211 กรัม จอ 6.3 นิ้ว และราคาเริ่มต้น 48,900 บาท ซึ่งถูกกว่า Duo ถึง 31,000 บาท
iPhone 18 Pro Max เหมาะกับใคร?
iPhone 18 Pro Max เหมาะกับคนที่อยากได้จอใหญ่ แบตเตอรี่นาน และระบบกล้อง Pro ครบ โดยไม่ต้องการเข้าสู่โลกมือถือจอพับ แม้น้ำหนัก 249 กรัมจะเกือบเท่า Duo แต่ตัวเครื่องยังบางกว่าอย่างชัดเจน
ราคาเริ่ม 52,900 บาท และเมื่อเทียบความจุเท่ากันจะถูกกว่า iPhone Duo ถึง 27,000 บาท
แล้ว iPhone Duo เหมาะกับใคร?
iPhone Duo เหมาะกับคนที่มองหน้าจอพับเป็นฟีเจอร์หลัก และรู้ว่าจะใช้พื้นที่จอ 7.6 นิ้วทำอะไรเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นอ่านเอกสาร ดูคอนเทนต์ ทำงานหลายหน้าต่าง หรือใช้รูปแบบการตั้งเครื่องที่ iPhone ปกติทำไม่ได้
สิ่งที่ต้องยอมรับคือ Duo ไม่ได้ให้กล้องที่เหนือกว่า Pro และแบตเตอรี่เมื่อใช้จอด้านในก็ไม่ได้ยาวกว่า Pro Max รวมถึงตัวเครื่องเมื่อพับจะหนาและกว้างกว่าด้วย
สรุป iPhone 18 Pro vs iPhone Duo เลือกแบบไหนดี?
ถ้ามองจากสเปกเพียงอย่างเดียว iPhone 18 Pro และ 18 Pro Max ยังคงเป็นตัวเลือกที่เน้นความครบเครื่อง เพราะใช้ A20 Pro เหมือน Duo แต่ได้กล้องที่ยืดหยุ่นกว่า ตัวเครื่องบางกว่า และราคาไทยถูกกว่าหลายหมื่นบาท
ส่วน iPhone Duo มีสิ่งที่อีกสองรุ่นให้ไม่ได้ นั่นคือหน้าจอพับ 7.6 นิ้วและรูปแบบการใช้งานใหม่ทั้งหมด ดังนั้นการจ่ายเพิ่ม 27,000 บาทจาก Pro Max หรือ 31,000 บาทจาก Pro ไม่ได้ซื้อประสิทธิภาพที่แรงกว่า แต่ซื้อ ประสบการณ์ iPhone แบบพับได้ เป็นหลัก
ถ้าอยากได้กล้องดีที่สุด แบตเตอรี่ดี และใช้งานแบบ iPhone ที่คุ้นเคย รุ่น Pro ยังตอบโจทย์กว่า แต่ถ้ารอ iPhone จอพับมานานและคิดว่าจะกางจอใหญ่ใช้งานเป็นประจำ Duo ก็เป็นรุ่นที่แตกต่างจาก iPhone รุ่นอื่นอย่างแท้จริง
กำหนดจำหน่ายในประเทศไทย: iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max เปิดสั่งซื้อล่วงหน้าแล้ว และเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 18 กันยายน 2026 ส่วน iPhone Duo เปิดพรีออเดอร์วันที่ 16 ตุลาคม เวลา 19:00 น. และเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 23 ตุลาคม
ที่มา: MacRumors และ Apple Thailand