Sony ประเทศไทย ขยายไลน์หูฟังไร้สายเพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น ด้วยการเปิดตัว Sony WH-CH730N และ WH-CH530 ซึ่งวางตำแหน่งให้เหมาะกับการใช้งานประจำวันตั้งแต่ฟังเพลง ดูคอนเทนต์ เรียนออนไลน์ ประชุม ไปจนถึงพกติดตัวระหว่างเดินทาง โดยทั้งสองรุ่นใช้แนวทางต่างกันชัดเจน WH-CH730N เป็นหูฟังแบบครอบหูที่เพิ่มระบบตัดเสียงรบกวนและออกแบบใหม่ให้พับเก็บได้ ส่วน WH-CH530 เป็นหูฟัง On-ear ขนาดกะทัดรัด เน้นน้ำหนักเบา สีสันหลากหลายและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นาน ทั้งคู่จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่ 17 กันยายน 2569
โดย WH-CH730N ราคา 5,490 บาท ส่วน WH-CH530 ราคา 2,190 บาท ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกระหว่างรุ่นที่เน้น Noise Cancelling กับรุ่นเริ่มต้นที่ให้ความสำคัญกับความคล่องตัวและระยะเวลาใช้งานได้ตามงบประมาณ

เริ่มจาก Sony WH-CH730N ซึ่งเป็นรุ่นที่เน้นประสบการณ์การฟังมากกว่า ด้วยเทคโนโลยี Dual Noise Sensor สำหรับตัดเสียงรบกวนรอบตัว พร้อมตัวเครื่องแบบครอบหูที่ปรับให้มีน้ำหนักเบา สวมใส่ได้ต่อเนื่องและสามารถพับเก็บเพื่อพกพาได้สะดวกขึ้น แบตเตอรี่เมื่อเปิด Noise Cancelling สามารถใช้งานได้สูงสุด 50 ชั่วโมง และหากแบตใกล้หมด ระบบชาร์จเร็วสามารถชาร์จ 10 นาทีเพื่อกลับมาใช้งานได้ประมาณ 4.5 ชั่วโมง ส่วนเสียงสามารถปรับแต่งผ่านแอป Sound Connect เพื่อเลือก EQ ให้เหมาะกับแนวเพลงและลักษณะการฟังของแต่ละคน ตัวเครื่องมีทั้งหมด 5 สี ได้แก่ Off-white, Pink, Blue, Black และ Beige จึงไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงอุปกรณ์ฟังเพลง แต่ Sony ยังต้องการให้สีของหูฟังเป็นส่วนหนึ่งของสไตล์การแต่งตัวของผู้ใช้ด้วย

อีกจุดที่ WH-CH730N ให้ความสำคัญคือการใช้เป็นหูฟังสำหรับทำงานและสนทนา โดยใช้ Precise Voice Pickup ร่วมกับไมโครโฟน Beamforming การจัดตำแหน่งไมโครโฟน และระบบลดเสียงรบกวนที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อช่วยให้เสียงพูดชัดเจนขึ้นเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน ขณะที่การเชื่อมต่อรองรับ LE Audio และ Multipoint Connection สำหรับเชื่อมต่อมากกว่าหนึ่งอุปกรณ์ ช่วยให้การใช้งานระหว่างคอมพิวเตอร์กับสมาร์ตโฟนมีความคล่องตัวขึ้น พร้อม Fast Pair และ Swift Pair สำหรับช่วยลดขั้นตอนในการจับคู่กับอุปกรณ์ต่าง ๆ เมื่อรวมกับแบตเตอรี่สูงสุด 50 ชั่วโมงขณะเปิด Noise Cancelling จึงทำให้ WH-CH730N ถูกวางไว้สำหรับคนที่ต้องการหูฟังคู่เดียวใช้ตั้งแต่เดินทาง ฟังเพลง ไปจนถึงประชุมหรือเรียนออนไลน์ตลอดวัน

ส่วน Sony WH-CH530 ลดความซับซ้อนลงมาเป็นหูฟัง On-ear ทรงกลมที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา พร้อมแผ่นรองศีรษะแบบนุ่มสำหรับการสวมใส่ต่อเนื่อง จุดเด่นคือแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้สูงสุดถึง 55 ชั่วโมง และรองรับชาร์จเร็ว เพียง 3 นาทีสามารถฟังต่อได้ประมาณ 1.5 ชั่วโมง เสียงสามารถปรับ EQ ผ่าน Sound Connect เช่นเดียวกับรุ่นใหญ่

และมีระบบลดเสียงรบกวนระหว่างการสนทนาด้วย AI เพื่อช่วยให้เสียงของผู้ใช้ชัดขึ้น นอกจากนี้ยังมี Maximum Volume Control ซึ่งกำหนดระดับเสียงสูงสุดได้ 5 ระดับ เพิ่มทางเลือกในการควบคุมความดังให้เหมาะกับการใช้งาน พร้อมปุ่มควบคุม ระบบสั่งงานด้วยเสียง, Multipoint Connection, Fast Pair, Swift Pair และ LE Audio โดยรุ่นนี้มีสีให้เลือกมากถึง 6 สี ได้แก่ Black, Cobalt, White, Pink, Coral และ Mint
สำหรับราคาในประเทศไทย WH-CH730N อยู่ที่ 5,490 บาท และ WH-CH530 ราคา 2,190 บาท เริ่มจำหน่ายพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2569 ผ่าน Sony Store และตัวแทนจำหน่าย Sony อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ โดยผู้ซื้อสามารถรับประกันเพิ่มอีก 3 เดือนจากระยะเวลารับประกันปกติ 12 เดือน เมื่อลงทะเบียนผลิตภัณฑ์กับ My Sony Rewards ผ่าน QR Code ภายในกล่อง หากมองจากฟีเจอร์ของสองรุ่น WH-CH730N จะเหมาะกับคนที่ต้องการระบบตัดเสียงรบกวน แบตเตอรี่ยาว และเน้นใช้งานทั้งฟังเพลงกับการสนทนา ขณะที่ WH-CH530 เป็นตัวเลือกที่เข้าถึงง่ายกว่า เน้นสีสัน ความกะทัดรัด และแบตเตอรี่สูงสุด 55 ชั่วโมง โดยยังได้ฟังก์ชันเชื่อมต่อหลายอุปกรณ์และการปรับเสียงผ่านแอปเช่นเดียวกัน