MediaTek เปิดตัว Dimensity 9600 Pro ชิป SoC ระดับเรือธงรุ่นใหม่เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 โดยจุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่การนำกระบวนการผลิตระดับ 2 นาโนเมตร มาใช้
ซึ่ง MediaTek ระบุว่าเป็นบริษัทแรกที่ประกาศความสำเร็จในการพัฒนาชิปด้วยกระบวนการผลิตระดับดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนเจเนอเรชันครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพิ่มความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่ถูกออกแบบให้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมตั้งแต่ต้น หรือที่บริษัทเรียกว่า Native AI เพื่อรองรับประสบการณ์ Agentic AI บนสมาร์ตโฟน
ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงาน นอกจากนี้ยังเปิดตัว Dimensity 9600M เพื่อขยายเทคโนโลยีระดับเรือธงไปสู่สมาร์ตโฟนในวงกว้างขึ้น โดยสมาร์ตโฟนชุดแรกที่ใช้ Dimensity 9600 Pro และ Dimensity 9600M คาดว่าจะเปิดตัวภายในไตรมาสนี้
ด้าน CPU ของ Dimensity 9600 Pro ยังคงใช้แนวทาง All Big Core แต่จัดโครงสร้างแบบ 2+3+3 ประกอบด้วย C2-Ultra จำนวน 2 คอร์ ความเร็วสูงสุด 4.55GHz ตามด้วย C2-Pro 3 คอร์ที่ 4.35GHz และ C2-Pro อีก 3 คอร์ที่ 3.1GHz โดย MediaTek ระบุว่าประสิทธิภาพ Single-Core เพิ่มขึ้นสูงสุด 17% และ Multi-Core สูงสุด 15% เมื่อเทียบกับชิปรุ่นก่อนหน้า พร้อมลดการใช้พลังงานในการประมวลผลแบบ Multi-Core ได้ถึง 61%
ขณะที่ระบบหน่วยความจำรองรับ LPDDR6 และ UFS 5.0 ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรก พร้อมเพิ่ม Cache เป็น 34.5MB และมี Dimensity Scheduling Engine รุ่นอัปเกรดเข้ามาจัดสรร CPU พลังงาน และหน่วยความจำให้เหมาะกับสถานการณ์ รวมถึงช่วยให้การเปิดหลายแอปและปล่อยแอปทำงานเบื้องหลังมีความราบรื่นขึ้น
AI เป็นอีกส่วนที่ MediaTek ยกระดับอย่างจริงจังด้วยสถาปัตยกรรม Dual-NPU และ Agentic AI Engine โดยมี AI Super Efficient NPU เจเนอเรชันที่ 2 สำหรับงาน AI ที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา ซึ่งลดการใช้พลังงานลง 40% ขณะที่ NPU 1090 เพิ่มประสิทธิภาพช่วง Prefill ของโมเดลภาษาขนาดใหญ่หรือ LLM ขึ้น 51% และเพิ่มอัตราการสร้างโทเค็นต่อวัตต์ 55%
เมื่อเทียบตามเงื่อนไขของ MediaTek ที่สำคัญคือสามารถรองรับโมเดล AI บนอุปกรณ์ขนาดสูงสุด 30 พันล้านพารามิเตอร์ ทำให้ Agentic AI สามารถทำงานอย่างการวิเคราะห์ข้อมูลบนเครื่อง ช่วยเหลือผู้ใช้โดยไม่ต้องรอคำสั่งทุกครั้ง และเรียนรู้ความต้องการเพื่อสร้างการตอบสนองเฉพาะบุคคล นอกจากนี้ AI Computing Fusion ยังนำ CPU และ NPU มาทำงานร่วมกัน เพื่อเพิ่มทรัพยากรสำหรับงาน AI ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
ฝั่งเกม Dimensity 9600 Pro ใช้ GPU G2-Ultra NX ซึ่ง MediaTek ระบุว่ามีประสิทธิภาพสูงสุดเพิ่มขึ้น 27% พร้อมลดการใช้พลังงานขณะทำงานเต็มประสิทธิภาพ 24% และเพิ่มความเร็วการประมวลผล Ray Tracing อีก 18% รองรับการเล่นเกมด้วยอัตราเฟรมสูงสุด 185fps พร้อม MediaTek Dimensity Neural Graphics ที่ผสาน GPU และ AI เข้าด้วยกัน และ HyperEngine สำหรับปรับการทำงานของเกม ส่วนกล้องใช้ Imagiq 1290 ISP ร่วมกับ Dimensity AI Imaging Fusion ที่เชื่อม ISP กับ NPU โดยรองรับการประมวลผลภาพเคลื่อนไหว 60fps ผ่าน NPU และเพิ่มการบันทึกวิดีโอ Ultra Slow Motion 4K240 แบบ Native Direct Output เข้ามาบนแพลตฟอร์ม Dimensity เป็นครั้งแรก รวมถึงรองรับ 4K60 AI True Color Tone, 4K120 Cinematic Log และการถ่ายภาพช่วงไดนามิก 17EV
นอกจากรุ่น Pro แล้ว Dimensity 9600M ถูกวางให้เป็นอีกทางเลือกที่นำเทคโนโลยีจากแพลตฟอร์มเรือธงมาให้ผู้ใช้ในวงกว้างขึ้น โดยยังมี Agentic AI Engine และ Dimensity Scheduling Engine รุ่นล่าสุด พร้อม NPU สำหรับงาน AI บนอุปกรณ์และระบบรับรู้ที่ทำงานต่อเนื่อง รวมถึง AI Imaging แบบเรียลไทม์ ขณะที่ ISP รองรับงานถ่ายภาพและการติดตามวัตถุแบบเรียลไทม์ ส่วนการเล่นเกมมี MediaTek HyperEngine และรองรับอัตราเฟรมสูงสุด 185fps เช่นกัน MediaTek ยังไม่ได้ระบุว่าสมาร์ตโฟนรุ่นใดจะเป็นเครื่องแรกที่ใช้ชิปทั้งสองรุ่น แต่ระบุว่า สมาร์ตโฟนที่ใช้ Dimensity 9600 Pro และ Dimensity 9600M ชุดแรกคาดว่าจะเปิดตัวภายในไตรมาสนี้ ทำให้ช่วงต่อจากนี้น่าจะเริ่มเห็นผู้ผลิตสมาร์ตโฟนประกาศผลิตภัณฑ์ที่ใช้แพลตฟอร์มใหม่ตามมา