Posted in

AirPods 5 vs AirPods Pro 3 ต่างกันแค่ไหน? รุ่นไหนเหมาะกับใคร

Apple เปิดตัว AirPods 5 ในปี 2026 พร้อมยกระดับครั้งใหญ่ด้วยการใส่ Active Noise Cancellation หรือ ANC มาให้เป็นมาตรฐานตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ทำให้ระยะห่างกับ AirPods Pro 3 แคบลงมากกว่าที่เคย

อย่างไรก็ตาม AirPods Pro 3 ก็ยังมีจุดเด่นเฉพาะตัว ทั้งการใส่แบบ In-ear ที่ซีลหูดีกว่า ระบบตัดเสียงรบกวนที่แรงกว่า ฟีเจอร์ด้านการได้ยิน และเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจระหว่างออกกำลังกาย

ดังนั้นคำถามรอบนี้ไม่ใช่ว่า “รุ่นไหนดีกว่าแบบขาดลอย” แต่คือ เราต้องการความสบายแบบ Open-ear หรือความแน่นและความสามารถที่ครบกว่าของรุ่น Pro

ดีไซน์ต่างกันชัด: Open-ear vs In-ear

AirPods 5 ยังคงใช้ดีไซน์แบบ Open-ear ไม่มีจุกซิลิโคน จึงเหมาะกับคนที่ไม่ชอบความรู้สึกอุดหู หรืออยากใส่นาน ๆ แบบสบายกว่า

ส่วน AirPods Pro 3 ใช้ดีไซน์แบบ In-ear พร้อมจุกซิลิโคนผสมโฟมให้เลือก 5 ขนาด ทำให้ซีลช่องหูได้แน่นกว่า ซึ่งช่วยทั้งเรื่องคุณภาพเสียงและการตัดเสียงรบกวน

MacRumors ระบุว่า AirPods Pro 3 ถูกออกแบบใหม่ให้ตัวหูฟังมีขนาดเล็กลงเล็กน้อย และปรับองศาของจุกให้เข้ากับรูปหูได้ดีขึ้น เพื่อเพิ่มความมั่นคงเวลาสวมใส่ โดยเฉพาะตอนออกกำลังกาย

ANC มีทั้งคู่ แต่ Pro 3 ยังเหนือกว่า

จุดเปลี่ยนสำคัญของ AirPods 5 คือ Apple ใส่ Active Noise Cancellation มาให้ทุกรุ่น ซึ่งต่างจาก AirPods รุ่นก่อนที่ต้องซื้อรุ่นแพงกว่าเพื่อได้ ANC

Apple ระบุว่า AirPods 5 สามารถลดเสียงรบกวนภายนอกได้ดีขึ้นประมาณ 50% เมื่อเทียบกับ AirPods 4 ที่มี ANC และ MacRumors ระบุว่าประสิทธิภาพของ ANC ถือว่าดีเกินคาดสำหรับหูฟังแบบ Open-ear

แต่ AirPods Pro 3 ยังเหนือกว่าอย่างชัดเจน เพราะจุกหูฟังช่วยสร้าง Physical Seal และ Apple ระบุว่า ANC ของ Pro 3 มีประสิทธิภาพสูงกว่า AirPods 5 ได้ถึง 3 เท่า

ดังนั้นถ้าใช้งานบนเครื่องบิน รถไฟ หรือพื้นที่เสียงดังบ่อย AirPods Pro 3 ยังได้เปรียบอยู่มาก

คุณภาพเสียง Pro 3 ยังได้เปรียบ

AirPods 5 ได้ระบบ Acoustic Architecture ใหม่ พร้อม Adaptive EQ รุ่นปรับปรุง ทำให้เสียงมีรายละเอียดและมิติดีขึ้นจากรุ่นก่อน

อย่างไรก็ตาม จากการทดลองของ MacRumors พบว่า AirPods 5 ยังให้เสียงที่ดูขุ่นกว่า AirPods Pro 3 โดยเฉพาะในย่าน Lower Midrange

ข้อดีคือ iOS 27 รองรับ Custom EQ ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับลักษณะเสียงให้เหมาะกับตัวเองได้มากขึ้น

ฟีเจอร์ฟังเพลงใกล้กันมากแล้ว

สิ่งที่น่าสนใจคือ AirPods 5 ได้ฟีเจอร์เสียงระดับเดียวกับรุ่น Pro มาหลายรายการ เช่น

  • Adaptive Audio
  • Transparency Mode
  • Conversation Awareness
  • Live Translation เมื่อใช้งานกับ iPhone ที่รองรับ Apple Intelligence

ดังนั้นสำหรับการฟังเพลงและใช้งานในชีวิตประจำวัน ความแตกต่างของฟีเจอร์พื้นฐานระหว่าง AirPods 5 และ Pro 3 จึงน้อยลงมาก

Pro 3 ได้ฟีเจอร์สุขภาพที่ AirPods 5 ไม่มี

จุดที่ AirPods Pro 3 ยังทิ้งระยะห่างคือฟีเจอร์สุขภาพและการได้ยิน โดยมีความสามารถที่ AirPods 5 ไม่มี เช่น

  • Hearing Test
  • Hearing Aid
  • Hearing Protection
  • Automatic Conversation Boost
  • Loud Sound Reduction
  • Heart Rate Sensing ระหว่างออกกำลังกาย

โดยเฉพาะเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจ ทำให้ผู้ใช้สามารถติดตาม Heart Rate ระหว่าง Workout ได้โดยไม่จำเป็นต้องใส่ Apple Watch ตลอดเวลา

แบตเตอรี่ Pro 3 อยู่ได้นานกว่า

รุ่น ฟังต่อเนื่องเมื่อเปิด ANC รวมเคส
AirPods 5 สูงสุด 4 ชั่วโมง สูงสุด 20 ชั่วโมง
AirPods 5 + Wireless Charging Case สูงสุด 5 ชั่วโมง สูงสุด 22 ชั่วโมง
AirPods Pro 3 สูงสุด 8 ชั่วโมง สูงสุด 24 ชั่วโมง

เรื่องแบตเตอรี่ถือเป็นอีกจุดที่ Pro 3 ได้เปรียบชัด เพราะใช้งานต่อเนื่องพร้อม ANC ได้สูงสุดถึง 8 ชั่วโมง เทียบกับ 4-5 ชั่วโมงของ AirPods 5

ถ้าต้องใส่ยาว ๆ ระหว่างเดินทางหรือทำงานทั้งวัน Pro 3 จึงสะดวกกว่า

AirPods 5 มี 2 รุ่น ต่างกันตรงไหน?

AirPods 5 มีให้เลือก 2 รุ่น โดยรุ่นเริ่มต้นราคา 129 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนรุ่นที่มาพร้อม Wireless Charging Case ราคา 149 ดอลลาร์

รุ่น Wireless Charging Case เพิ่มความสามารถดังนี้

  • แบตเตอรี่เพิ่มจาก 4 เป็น 5 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC
  • รองรับการปัดที่ก้านหูฟังเพื่อปรับระดับเสียง
  • รองรับชาร์จผ่าน Apple Watch Charger และ Qi
  • มีลำโพงในเคสสำหรับ Find My

ดังนั้นถ้าเพิ่มเงินเพียง 20 ดอลลาร์ รุ่น Wireless Charging Case ถือว่าคุ้มกว่าอย่างชัดเจนสำหรับการใช้งานระยะยาว

เคสของ Pro 3 ยังครบกว่า

AirPods Pro 3 รองรับการชาร์จผ่าน USB-C, Apple Watch Charger, Qi และ MagSafe พร้อมลำโพงสำหรับ Find My

นอกจากนี้ยังมีชิป Ultra Wideband รุ่นที่ 2 ในเคส ทำให้รองรับ Precision Finding กับ iPhone ที่รองรับ ช่วยตามหาเคสได้แม่นยำกว่า

เปรียบเทียบสเปกแบบเร็ว

รายละเอียด AirPods 5 AirPods 5 Wireless Case AirPods Pro 3
รูปแบบ Open-ear Open-ear In-ear
ANC มี มี มี และแรงกว่าสูงสุด 3 เท่า
ปรับเสียงที่ก้าน ไม่มี มี มี
Heart Rate ไม่มี ไม่มี มี
Hearing Features ไม่มี ไม่มี มี
แบตต่อครั้งเมื่อเปิด ANC 4 ชม. 5 ชม. 8 ชม.
แบตรวมเคส 20 ชม. 22 ชม. 24 ชม.
Wireless Charging ไม่มี มี มี
Precision Finding ไม่มี ไม่มี มี
ราคา US $129 $149 $249

AirPods 5 เหมาะกับใคร?

AirPods 5 เหมาะกับคนที่ชอบหูฟังแบบ Open-ear ไม่ชอบจุกซิลิโคน และต้องการ ANC โดยไม่ต้องขยับไปซื้อรุ่น Pro

โดยเฉพาะรุ่น Wireless Charging Case ที่เพิ่มเงินไม่มาก แต่ได้ทั้งแบตเตอรี่เพิ่ม การควบคุมระดับเสียง และชาร์จไร้สาย ถือเป็นตัวเลือกที่สมดุลที่สุดในกลุ่ม AirPods ปีนี้

AirPods Pro 3 เหมาะกับใคร?

AirPods Pro 3 เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับ ANC ที่ดีที่สุด, คุณภาพเสียงที่แน่นกว่า, แบตเตอรี่ที่ยาวกว่า และฟีเจอร์สุขภาพ

โดยเฉพาะคนที่เดินทางบ่อย ออกกำลังกาย หรือใช้งานในพื้นที่เสียงดัง ความสามารถเพิ่มเติมของ Pro 3 ยังทำให้คุ้มกับราคาที่สูงกว่า

สรุป: AirPods 5 คุ้มขึ้นมาก แต่ Pro 3 ยังเป็นตัวเลือกสายจริงจัง

ปีนี้ AirPods 5 ขยับเข้ามาใกล้ AirPods Pro 3 มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพราะได้ ANC เป็นมาตรฐาน พร้อม Adaptive Audio, Transparency และ Conversation Awareness ครบในราคาที่ต่ำกว่าอย่างชัดเจน

ถ้าเน้นใช้งานทั่วไปและไม่ชอบหูฟังแบบ In-ear AirPods 5 รุ่น Wireless Charging Case ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุด เพราะเพิ่มจากรุ่นเริ่มต้นเพียงเล็กน้อยแต่ได้ฟีเจอร์ที่ใช้จริงหลายอย่าง

แต่ถ้าต้องการการตัดเสียงรบกวนที่จริงจัง ฟังเพลงนานหลายชั่วโมง หรืออยากได้ Hearing Features และ Heart Rate Sensor การเพิ่มงบไป AirPods Pro 3 ก็ยังมีเหตุผลรองรับชัดเจน

ที่มา: MacRumors