AT&T ลงนามข้อตกลงระยะเวลาหลายปีกับ Corning เพื่อจัดซื้อเส้นใยแก้วนำแสงและสายเคเบิลมูลค่า กว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ในสหรัฐฯ รองรับความต้องการใช้งานข้อมูลที่เพิ่มขึ้นทั้งจากครัวเรือนและธุรกิจ
ข้อตกลงนี้สนับสนุนเป้าหมายของ AT&T ที่ต้องการขยายเครือข่ายไฟเบอร์ให้ครอบคลุมบ้านและสถานประกอบการ 60 ล้านแห่งภายในปี 2030 โดยบริษัททำได้ถึง 30 ล้านแห่งแล้วในเดือนมิถุนายน 2026 เร็วกว่าแผนเดิม 6 เดือน ตัวเลขดังกล่าวหมายถึงสถานที่ที่เครือข่ายเข้าถึง ไม่ใช่จำนวนลูกค้าที่สมัครใช้บริการทั้งหมด
AT&T ระบุว่าครัวเรือนที่ใช้บริการ AT&T Fiber มีการรับส่งข้อมูลเฉลี่ยมากกว่า 1 TB ต่อเดือน เพิ่มขึ้นประมาณ 5 เท่าจากปี 2016 และคาดว่าจะขึ้นไปถึง 2–2.5 TB ต่อเดือนภายในปี 2030 โดยมีการสตรีมวิดีโอ เล่นเกม วิดีโอคอล ใช้งานคลาวด์ และ AI เป็นส่วนหนึ่งของความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้น
ด้านจำนวนผู้ใช้บริการ ในไตรมาส 2 ของปี 2026 AT&T มีลูกค้าอินเทอร์เน็ตทั้งกลุ่มผู้บริโภคและธุรกิจเพิ่มสุทธิรวม 646,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นลูกค้าไฟเบอร์ 367,000 ราย โดยบริษัทระบุว่าเป็นไตรมาสที่ทำสถิติยอดเพิ่มสุทธิรวมของบริการไฟเบอร์และอินเทอร์เน็ตไร้สายประจำที่ หรือ Fixed Wireless Access
ความร่วมมือของทั้งสองบริษัทมีมาก่อนหน้านี้แล้ว โดย AT&T เคยทำข้อตกลงจัดซื้อไฟเบอร์ระยะเวลาหลายปีมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์เมื่อสองปีก่อน และเป็นผู้ลงทุนหลักในโรงงานผลิตสายเคเบิลของ Corning ที่รัฐแอริโซนาในปี 2022 ดีลครั้งใหม่จึงเป็นการต่อยอดความร่วมมือเพื่อจัดหาอุปกรณ์สำหรับการขยายโครงข่ายตามแผนระยะยาว