Garmin เปิดตัว fēnix 9 และ fēnix 9 Pro สมาร์ทวอทช์ GPS มัลติสปอร์ตเรือธงรุ่นใหม่ ที่ออกแบบมาสำหรับนักกีฬา สายผจญภัย และผู้ใช้งานที่ต้องการนาฬิกา Outdoor ระดับจริงจัง โดยรอบนี้ Garmin ยังคงเน้นความทนทาน ฟีเจอร์ฝึกซ้อม แผนที่ และการใช้งานกลางแจ้ง แต่เพิ่มลูกเล่นใหม่ให้ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น
จุดเด่นของรุ่นใหม่คือ fēnix 9 Pro ที่มาพร้อมตัวเรือนไทเทเนียมเป็นครั้งแรกของตระกูล fēnix พร้อมหน้าจอ AMOLED ที่ใหญ่และสว่างขึ้น ขณะที่ทั้ง fēnix 9 และ fēnix 9 Pro ได้ฟีเจอร์ใหม่อย่าง Garmin Epic สำหรับรวมหลายกิจกรรมให้กลายเป็นเรื่องราวเดียวใน Garmin Connect รวมถึง Stamina Metrics ที่ช่วยให้นักกีฬาเข้าใจความอึดและการใช้พลังงานระหว่างการฝึกซ้อมได้ดีขึ้น

fēnix 9 ได้จอ AMOLED สว่างขึ้น และแผนที่เร็วกว่าเดิม
Garmin ระบุว่า fēnix 9 มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ที่สว่างขึ้นเป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า พร้อมกระจก Sapphire ที่ทนรอยขีดข่วน, ปุ่มแบบ Leakproof และรองรับการดำน้ำลึกสูงสุด 40 เมตร
อีกหนึ่งการอัปเกรดที่สาย Outdoor น่าจะรู้สึกได้คือระบบแผนที่ โดย fēnix 9 ใช้แผนที่แบบ Built-in Routable Maps ที่ทำงานลื่นและเข้าใจง่ายขึ้น มี RAM เพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับ fēnix 8 และใช้ Map Engine ใหม่ ทำให้การเลื่อนแผนที่เร็วขึ้นสูงสุด 30%
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 64GB ช่วยให้ดาวน์โหลดแผนที่ได้มากขึ้นเป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับ fēnix 8 และสามารถเก็บเพลงโปรดได้สูงสุด 7,000 เพลง เหมาะกับคนที่ออกกำลังกายหรือเดินทางโดยไม่อยากพึ่งสมาร์ทโฟนตลอดเวลา
Garmin Epic รวมหลายกิจกรรมให้กลายเป็นเรื่องราวเดียว
ฟีเจอร์ใหม่ที่ Garmin ชูในรอบนี้คือ Garmin Epic ซึ่งเป็นฟีเจอร์ฟรีที่ช่วยรวมกิจกรรมหลายรายการให้กลายเป็นเรื่องราวเดียวใน Garmin Connect เช่น ทริปเดินป่าหลายวัน การปั่นจักรยานหลายสเตจ หรือแผนฝึกซ้อมที่ประกอบด้วยหลายกิจกรรม
ผู้ใช้สามารถรวมกิจกรรมที่บันทึกไว้ในช่วงหลายวัน หลายสัปดาห์ หรือหลายเดือน แล้วสร้างเป็น “Epic” เพื่อดูข้อมูลสุขภาพและสมรรถนะในช่วงเวลานั้น เพิ่มภาพถ่าย และแชร์ให้เพื่อนหรือครอบครัวได้ เหมาะกับคนที่อยากเล่าเรื่องการผจญภัยหรือเป้าหมายการฝึกซ้อมให้เห็นภาพมากกว่าแค่ตัวเลขสถิติ

Stamina Metrics ใหม่ ช่วยวางแผนแรงระหว่างกิจกรรม
Garmin ยังเพิ่มฟีเจอร์ Stamina Tracking ใหม่ เช่น Stamina Zones และ Stamina Curve เพื่อช่วยให้นักกีฬาเห็นว่าความอึดของตัวเองเปลี่ยนไปอย่างไรตามประวัติการฝึกซ้อมและพัฒนาการด้านฟิตเนส
ฟีเจอร์นี้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้วางจังหวะการออกแรงระหว่างกิจกรรมได้ดีขึ้น โดยเฉพาะกีฬาที่ต้องใช้ความอึดระยะยาว เช่น วิ่งระยะไกล ไตรกีฬา ปั่นจักรยาน หรือกิจกรรม Outdoor ที่ต้องบริหารพลังงานตลอดเส้นทาง
fēnix 9 Pro ครั้งแรกกับตัวเรือนไทเทเนียม และจอ AMOLED 1.5 นิ้ว
สำหรับ fēnix 9 Pro รุ่นนี้ Garmin ระบุว่าเป็น fēnix รุ่นแรกที่ใช้ตัวเรือนไทเทเนียม โดยใช้เทคโนโลยี Nano-molding เพื่อผสานโลหะและพลาสติกในระดับโมเลกุล ช่วยให้ได้ความแข็งแรง น้ำหนักเบา และลดความหนาของตัวเรือนลง
รุ่น Pro แบบ AMOLED มีความสว่างสูงสุด 3,000 nits เพื่อให้อ่านข้อมูล สถิติ และแผนที่ได้ชัดเจนขึ้นกลางแจ้ง ส่วนรุ่น 51 มม. ยังเป็น fēnix รุ่นแรกที่ได้หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.5 นิ้ว เพิ่มพื้นที่แสดงผลขึ้น 15% เมื่อเทียบกับ fēnix 8 โดยไม่เพิ่มขนาดตัวเรือน
นอกจากนี้ รุ่น Pro บางรุ่นยังมีหน้าจอ Solar Charging สำหรับคนที่ต้องการอายุแบตเตอรี่ระดับหลายสัปดาห์ และไฟฉาย LED ในตัวที่เพิ่มโหมดไฟสีเขียว เพื่อช่วยรักษาการมองเห็นในที่มืดสำหรับการใช้งานกลางคืน
รุ่น Pro บางรุ่นรองรับ inReach, LTE และ SOS จากข้อมือ
จุดที่ทำให้ fēnix 9 Pro น่าสนใจขึ้นสำหรับสายผจญภัยคือรุ่นที่รองรับ inReach ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ติดต่อกับครอบครัวหรือขอความช่วยเหลือฉุกเฉินผ่าน Garmin Response ได้จากข้อมือ โดยไม่จำเป็นต้องพกโทรศัพท์ในบางสถานการณ์
เมื่อใช้งานร่วมกับแผนบริการที่รองรับ ผู้ใช้สามารถใช้ฟีเจอร์อย่างการโทร ส่งข้อความ SOS, LiveTrack ผ่าน LTE, Garmin Locate เพื่อให้คนใกล้ชิดดูตำแหน่งผ่าน Garmin Messenger App และรับพยากรณ์อากาศสำหรับตำแหน่งเฉพาะผ่านดาวเทียมหรือ LTE ได้
Garmin ระบุว่า inReach มีให้เลือกใน fēnix 9 Pro ครบทั้ง 3 ขนาด ได้แก่ 43 มม., 47 มม. และ 51 มม. อย่างไรก็ตาม การใช้งานดาวเทียมและ LTE ต้องใช้แผนบริการที่เปิดใช้งาน และความครอบคลุมอาจแตกต่างกันตามพื้นที่

มีให้เลือก 3 ขนาด พร้อมสาย ComfortFit ใหม่
fēnix 9 มีให้เลือก 3 ขนาด ได้แก่ 43 มม., 47 มม. และ 51 มม. เพื่อรองรับข้อมือและรูปแบบการใช้งานที่ต่างกัน ตั้งแต่คนที่อยากได้ตัวเรือนกะทัดรัด ไปจนถึงคนที่ต้องการหน้าจอใหญ่และแบตเตอรี่นานขึ้น
Garmin ยังเปิดตัวสาย ComfortFit แบบใหม่สำหรับ fēnix 9 และ fēnix 9 Pro โดยเป็นสายผ้าที่ออกแบบให้ยืดหยุ่น ทนทาน นุ่ม และกันความชื้น พร้อมรองรับระบบ QuickFit เพื่อให้ถอดเปลี่ยนสายได้ง่าย
แบตเตอรี่นานสุด 57 วันในรุ่น Solar
Garmin ระบุว่า fēnix 9 รุ่นตัวเรือนใหญ่สุดสามารถใช้งานได้นานสูงสุด 29 วัน ในโหมด Smartwatch ส่วน fēnix 9 Pro เริ่มต้นที่สูงสุด 31 วัน ในรุ่น AMOLED ขนาดใหญ่ และรุ่น Solar Charging สามารถใช้งานได้นานสูงสุด 57 วัน ตามเงื่อนไขการใช้งานที่ Garmin ระบุ
ราคาไทยติดตามเร็ว ๆ นี้
ในต่างประเทศ Garmin ระบุว่า fēnix 9 เริ่มต้นที่ 999.99 ดอลลาร์สหรัฐ และ fēnix 9 Pro เริ่มต้นที่ 1,099.99 ดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนราคาในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ fēnix 9 และ fēnix 9 Pro มีให้เลือก 3 ขนาด ได้แก่ 43 มม. 47 มม. และ 51 มม. พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569 เป็นต้นไป โดย fēnix 9 มีราคาเริ่มต้น 33,490 บาท พร้อมระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 29 วันในโหมดสมาร์ตวอตช์สำหรับรุ่นขนาดใหญ่ที่สุด ขณะที่ fēnix 9 Pro มีราคาเริ่มต้น 36,990 บาท พร้อมระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 31 วัน ในโหมดสมาร์ตวอตช์สำหรับรุ่นที่มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ที่สุด ส่วนรุ่นระบบชาร์จด้วยพลังงานแสงอาทิตย์มีระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 57 วัน4

สรุป Garmin fēnix 9 Series เหมาะกับใคร
Garmin fēnix 9 และ fēnix 9 Pro เป็นการอัปเกรดที่ยังคงจุดแข็งของตระกูล fēnix เอาไว้ครบ ทั้งความทนทาน แผนที่ กีฬา Outdoor สุขภาพ และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นาน แต่เพิ่มฟีเจอร์ที่ทำให้ใช้งานได้จริงจังขึ้นกว่าเดิม เช่น Garmin Epic, Stamina Metrics ใหม่, แผนที่ที่เร็วขึ้น และพื้นที่เก็บข้อมูล 64GB
สำหรับคนที่ต้องการนาฬิกา GPS ระดับเรือธงเพื่อออกกำลังกาย ใช้งานกลางแจ้ง และเดินทางผจญภัย fēnix 9 น่าจะเป็นตัวเลือกที่ครบมากขึ้น ส่วน fēnix 9 Pro จะเหมาะกับคนที่ต้องการวัสดุพรีเมียม หน้าจอสว่างกว่าเดิม ตัวเลือก Solar และ inReach สำหรับการเดินทางไกลหรือพื้นที่ที่ต้องการความอุ่นใจด้านการติดต่อฉุกเฉิน
แต่ที่แน่ๆ คือราคาเมืองไทยต้องรอติดตามกันต่อไป …
ที่มา : GARMIN