Posted in

AI แย่งกำลังผลิต RAM ดันราคามือถือและพีซีแพงขึ้น Apple ก็หนีไม่พ้น

รวม 10 ข่าวลือสำคัญของ iPhone 18 Pro และ Pro Max ก่อนเปิดตัว ทั้งชิป A20 Pro 2 นาโนเมตร กล้อง Variable Aperture แบตเตอรี่ และราคาใหม่

ช่วงหลังเราอาจเริ่มเห็นราคาสมาร์ตโฟน พีซี เกมคอนโซล และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายกลุ่มขยับสูงขึ้น หนึ่งในเหตุผลสำคัญไม่ได้มาจากฟีเจอร์ใหม่เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับภาวะ RAM และชิปหน่วยความจำขาดตลาด ที่ถูกเร่งให้รุนแรงขึ้นจากความต้องการด้าน AI

รายงานจาก The Verge วิเคราะห์ว่า กระแส AI ทำให้ศูนย์ข้อมูลต้องการหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงจำนวนมาก โดยเฉพาะ HBM หรือ High Bandwidth Memory ส่งผลให้กำลังผลิตของผู้ผลิตหน่วยความจำถูกดึงไปยังตลาดศูนย์ข้อมูลมากขึ้น และทำให้หน่วยความจำสำหรับอุปกรณ์ผู้บริโภคทั่วไปมีต้นทุนสูงขึ้นตามไปด้วย

รวม 10 ข่าวลือสำคัญของ iPhone 18 Pro และ Pro Max ก่อนเปิดตัว ทั้งชิป A20 Pro 2 นาโนเมตร กล้อง Variable Aperture แบตเตอรี่ และราคาใหม่

AI ไม่ได้ใช้แค่ชิปประมวลผล แต่ต้องการ RAM จำนวนมหาศาล

เมื่อพูดถึง AI หลายคนอาจนึกถึง GPU หรือชิปประมวลผลขนาดใหญ่เป็นหลัก แต่เบื้องหลังการฝึกและใช้งานโมเดล AI ยังต้องพึ่งพาหน่วยความจำจำนวนมาก เพื่อให้ระบบสามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วและรองรับการประมวลผลขนาดใหญ่

นี่ทำให้ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่อย่าง Samsung Electronics, SK hynix และ Micron หันไปให้ความสำคัญกับ HBM สำหรับศูนย์ข้อมูลมากขึ้น เพราะเป็นสินค้าที่มีความต้องการสูงและให้มูลค่าต่อกำลังผลิตดีกว่าหน่วยความจำทั่วไป

มือถือ พีซี และอุปกรณ์ทั่วไปจึงเจอต้นทุนสูงขึ้น

เมื่อกำลังผลิตบางส่วนถูกโยกไปตอบโจทย์ศูนย์ข้อมูล AI หน่วยความจำอย่าง DRAM และ NAND สำหรับสมาร์ตโฟน พีซี และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปจึงเริ่มตึงตัว ส่งผลให้ต้นทุนของผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สูงขึ้น

ผลกระทบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แบรนด์เล็กหรือผู้ผลิตอุปกรณ์ราคาประหยัดเท่านั้น เพราะแม้แต่บริษัทที่มีอำนาจต่อรองสูงอย่าง Apple ก็ยังต้องรับแรงกดดันจากต้นทุนหน่วยความจำและซัพพลายเชนที่ยืดหยุ่นน้อยลง

Apple อาจต้องเลือกระหว่างกำไร สเปก หรือราคาขาย

The Verge ระบุว่า Apple เป็นกรณีที่น่าจับตา เพราะเป็นบริษัทที่ขึ้นชื่อเรื่องการบริหารซัพพลายเชน แต่ภาวะหน่วยความจำขาดตลาดอาจทำให้ Apple ต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการยอมให้กำไรต่อเครื่องลดลง ปรับสเปกบางส่วน หรือส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาจำหน่าย

ก่อนหน้านี้ Apple มีรายงานว่าต้องเตรียมรับมือกับข้อจำกัดด้านซัพพลายเชนมากขึ้น โดยเฉพาะหน่วยความจำที่ใช้ใน iPhone, iPad และ Mac ขณะที่การเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ในอนาคตก็อาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้น

ทำไมแก้ปัญหา RAM ขาดตลาดไม่ได้เร็ว

ปัญหานี้ไม่ใช่แค่ผลิตเพิ่มแล้วจบ เพราะการขยายกำลังผลิตหน่วยความจำต้องใช้เงินลงทุนสูง ใช้เวลาหลายปี และต้องวางแผนล่วงหน้าอย่างระมัดระวัง ผู้ผลิตจึงไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ทันทีตามความต้องการที่พุ่งขึ้นจากตลาด AI

Micron ให้ความเห็นกับ The Verge ว่าอุตสาหกรรมจำเป็นต้องเพิ่มกำลังผลิตเวเฟอร์ แต่ต่อให้ลงทุนเพิ่ม ก็ยังไม่ชัดเจนว่าอุปทานจะตามทันความต้องการเมื่อใด เพราะความต้องการหน่วยความจำยังเติบโตเร็วมากตามการขยายตัวของ AI

ผู้บริโภคอาจเจออะไรบ้าง

ถ้าภาวะ RAM และหน่วยความจำขาดตลาดยังยืดเยื้อ ผู้บริโภคอาจเห็นผลกระทบหลายรูปแบบ เช่น ราคาสมาร์ตโฟนและพีซีรุ่นใหม่สูงขึ้น รุ่นเริ่มต้นได้ความจุน้อยลง หรือบางแบรนด์อาจเลือกปรับสเปกและฟีเจอร์บางส่วนเพื่อควบคุมต้นทุน

ในอีกมุมหนึ่ง ผู้ผลิตอาจพยายามผลักดันสินค้าระดับพรีเมียมมากขึ้น เพราะสามารถรับต้นทุนที่สูงขึ้นได้ดีกว่ารุ่นราคาประหยัด แต่ก็ทำให้ผู้บริโภคที่ต้องการอุปกรณ์ราคาคุ้มค่าได้รับผลกระทบมากกว่าเดิม

AI กำลังเปลี่ยนต้นทุนของอุปกรณ์ที่เราใช้ทุกวัน

ภาวะ RAM ขาดตลาดรอบนี้สะท้อนว่า AI ไม่ได้ส่งผลแค่กับวงการซอฟต์แวร์หรือศูนย์ข้อมูลเท่านั้น แต่กำลังส่งแรงกระเพื่อมมาถึงอุปกรณ์ที่ผู้ใช้ทั่วไปจับต้องทุกวัน ตั้งแต่มือถือ โน้ตบุ๊ก พีซี ไปจนถึงเกมคอนโซล

สำหรับผู้บริโภค สิ่งที่ต้องจับตาคือราคาของอุปกรณ์รุ่นใหม่ในช่วงต่อจากนี้ โดยเฉพาะสมาร์ตโฟนและคอมพิวเตอร์ที่ต้องใช้ RAM และ NAND จำนวนมาก เพราะหากต้นทุนหน่วยความจำยังสูงต่อเนื่อง ราคาขายจริงก็มีโอกาสขยับขึ้นตามไปด้วย และ Apple เองก็อาจหลีกเลี่ยงแรงกดดันนี้ได้ไม่ง่ายนัก

สุดท้ายแล้วถ้ามองว่าอะไรคุ้มก็ซื้อไปเลยก่อนที่จะไม่มีโอกาส

ที่มา: The Verge