AIS เริ่มส่งมอบ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ให้ลูกค้าในวันที่ 18 กันยายน 2569 พร้อมวางประสบการณ์การซื้อรอบนี้ภายใต้แนวคิด VIP ที่เชื่อมทั้งตัวเครื่อง เครือข่าย และบริการเข้าด้วยกัน แบ่งเป็น V – Value เน้นความคุ้มค่าผ่านแคมเปญ “เทิร์นสบาย จ่าย 0 บาท”, I – Infrastructure / Network สำหรับการใช้งานบนโครงข่าย 5G-ADVANCED และ P – Personalized Convenience ที่ดูแลตั้งแต่การประเมินเครื่องเก่า เตรียมเครื่องใหม่ ไปจนถึงโอนย้ายข้อมูลและตั้งค่าให้พร้อมใช้งาน
โดยบรรยากาศรับเครื่องวันแรกครอบคลุม AIS SIAM, AIS Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ จุดที่ AIS ให้ความสำคัญคือการทำให้การเปลี่ยน iPhone ไม่ได้จบเพียงการซื้อเครื่องใหม่ แต่รวมมูลค่าจากเครื่องเดิม ส่วนลด แพ็กเกจ และบริการหลังการซื้อเข้ามาเป็นประสบการณ์เดียวกัน เพื่อให้ลูกค้าสามารถเริ่มใช้เครื่องใหม่ได้ตั้งแต่วันแรก

ด้านความคุ้มค่า “เทิร์นสบาย จ่าย 0 บาท” เป็นการต่อยอดแนวคิด Trade-in โดยลูกค้าสามารถนำเครื่องเก่ามาแลกเครื่องใหม่โดยไม่ต้องประเมินราคาตามสภาพเครื่อง ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ขณะที่ลูกค้า AIS รายเดือนที่มีอายุการใช้งาน 1 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้เปิดเบอร์ใหม่หรือย้ายค่าย สามารถเลือกแพ็กเกจ 5G VIP Ultra ราคา 1,699–2,999 บาทต่อเดือน สัญญา 24 เดือน
ซึ่งมาพร้อม Network Priority, Serenade Gold หรือ Platinum, สิทธิ์เลือกเบอร์ 0000–9999 ฟรีตามเงื่อนไข รวมถึง AIS PLAY Premium Plus และ Reel Short ฟรี 24 เดือน นอกจากนี้ยังมีส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 25,000 บาท เมื่อซื้อพร้อมแพ็กเกจใหม่เริ่มต้น 699 บาท หรือเลือกซื้อเครื่องเปล่าไม่ติดสัญญาพร้อมส่วนลดสูงสุด 17,300 บาท ส่วนการนำเครื่องรุ่นที่กำหนดมา Trade-in จะมีส่วนลดจาก AIS เพิ่มสูงสุด 5,300 บาทในจำนวนจำกัด

สิทธิประโยชน์ยังแตกต่างกันตามกลุ่มลูกค้า โดย AIS Serenade สามารถใช้ AIS Points แลกรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 12,000 บาท และรับคะแนนสะสมเพิ่มสูงสุด x2 ส่วนลูกค้า AIS ทั่วไปสามารถใช้ AIS Points แลกรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 5,000 บาท ขณะที่ Serenade ที่สมัคร AIS Care+ with AppleCare Services มีสิทธิ์เปลี่ยนจอฟรี 1 ครั้งตามเงื่อนไข นอกจากนี้ AIS ยังใช้ CLICX
เพิ่มช่องทางสำหรับคนที่ต้องการซื้อเครื่องแบบ Walk-in โดยผู้ที่มีบัญชี CLICX สามารถเก็บคูปองรับคิวซื้อ iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max และ iPhone 17 Pro Max ที่ AIS SIAM ระหว่างวันที่ 17–24 กันยายน 2569 รวมระยะเวลา 8 วัน จำนวน 2,000 เครื่อง โดยผู้ที่กดรับสิทธิ์สำเร็จจะได้รับคิวสำหรับเข้าไปซื้อเครื่องในวันถัดไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

อีกแกนสำคัญคือเครือข่าย 5G-ADVANCED ซึ่ง AIS ระบุว่าเป็นผู้ให้บริการรายแรกและรายเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เปิดใช้งานการรวมคลื่นบน 5G SA มากกว่า 1 คลื่นพร้อมกันทั้งขารับและขาส่งข้อมูล ผ่าน Downlink 3CC และ Uplink 2CC พร้อมรองรับ VoNR หรือ Voice over New Radio
สำหรับการโทรด้วยเสียงผ่าน 5G โดยตรง แนวทางของ AIS จึงไม่ได้มอง iPhone รุ่นใหม่แยกออกจากเครือข่าย แต่ต้องการให้ฮาร์ดแวร์และโครงข่ายทำงานร่วมกันเพื่อรองรับทั้งการรับส่งข้อมูลและการสื่อสารตั้งแต่วันแรกที่รับเครื่อง โดยแพ็กเกจ 5G VIP Ultra ยังมี Network Priority เข้ามาเป็นอีกส่วนหนึ่งของบริการสำหรับลูกค้ากลุ่มดังกล่าว

ส่วน P – Personalized Convenience เป็นเรื่องของบริการหน้าร้าน โดย AIS Pro จะช่วยดูแลกระบวนการตั้งแต่ประเมินเครื่องเดิม เตรียมเครื่องใหม่ โอนย้ายข้อมูล และตั้งค่าการใช้งานในลักษณะ One-stop Service เพื่อลดขั้นตอนหลังซื้อเครื่อง พร้อมนำ AI Assistance มาเป็นเครื่องมือให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลสินค้า แพ็กเกจ โปรโมชัน และสิทธิประโยชน์ได้รวดเร็วขึ้น เพื่อเลือกข้อเสนอให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย
เมื่อรวมทั้งสามส่วนเข้าด้วยกัน แนวทางการขาย iPhone 18 Pro รอบนี้ของ AIS จึงครอบคลุมตั้งแต่การนำเครื่องเดิมมาต่อยอดมูลค่า เลือกโปรและแพ็กเกจ รับเครื่องและย้ายข้อมูล ไปจนถึงการใช้งานจริงบน 5G-ADVANCED โดยเริ่มส่งมอบ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2569