OutSystems ผู้ให้บริการ Agentic System Platform เดินหน้าขยายโซลูชันสำหรับภาคธนาคาร ด้วยการเปิดตัว Agentic Loan Applications ระบบสำเร็จรูปที่นำ Agentic AI มาใช้กับกระบวนการสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค โดยยังคงมีการกำกับดูแล ตรวจสอบย้อนหลังได้ และทำงานร่วมกับระบบธนาคารเดิม
แนวคิดของระบบนี้คือการช่วยให้สถาบันการเงินนำ AI ไปใช้กับงานจริงได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่แค่ทดลองในโครงการนำร่อง แต่ต้องสามารถช่วยลดภาระงานเอกสาร เพิ่มความเร็วในการพิจารณาสินเชื่อ และยังรักษามาตรฐานด้านความเสี่ยงและกฎระเบียบของอุตสาหกรรมการเงินได้

AI สำหรับสินเชื่อ แต่ธนาคารยังควบคุมการตัดสินใจ
OutSystems ระบุว่า Agentic Loan Applications ทำงานเสริมบนระบบธนาคารที่มีอยู่เดิม โดยเอเจนต์ AI จะช่วยเข้าใจบริบทการดำเนินงานของธนาคาร เช่น นโยบาย ระบบ และขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทำงานได้แม่นยำขึ้น
อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญคือระบบไม่ได้ปล่อยให้ AI ตัดสินใจเรื่องสินเชื่อแทนธนาคารทั้งหมด แต่ธนาคารยังคงมีอำนาจควบคุมการตัดสินใจในทุกขั้นตอน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับธุรกิจที่มีการกำกับดูแลสูงอย่างภาคการเงิน
แก้ปัญหาขั้นตอนขอสินเชื่อที่ยังยุ่งยาก
กระบวนการขอสินเชื่อจำนวนมากยังมีปัญหาเดิม ๆ เช่น แบบฟอร์มยาว เอกสารเยอะ ต้องกรอกข้อมูลซ้ำ และมีการส่งต่องานระหว่างหลายทีม ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานช้าลง ขณะเดียวกันลูกค้าก็อาจยกเลิกคำขอกลางคันได้ง่าย
Agentic Loan Applications จึงถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้กระบวนการเหล่านี้ลื่นขึ้น ตั้งแต่การรวบรวมและตรวจสอบเอกสาร ยืนยันตัวตน คัดกรองรายชื่อบุคคลหรือองค์กรที่ถูกคว่ำบาตร ไปจนถึงการจัดข้อมูลให้เป็นคำขอสินเชื่อที่สมบูรณ์ ก่อนส่งต่อไปยังระบบพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อเดิมของธนาคาร
AI ต้องตรวจสอบได้ ไม่ใช่แค่ฉลาด
จุดที่ OutSystems พยายามเน้นคือ ธนาคารไม่ได้ต้องการ AI ที่ทำงานแยกส่วนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ต้องการระบบ Agentic AI ที่มีการกำกับดูแลจริง สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ และควบคุมความเสี่ยงได้ตามมาตรฐานของอุตสาหกรรม
Luis Blando ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของ OutSystems กล่าวว่า OutSystems นำเอเจนต์ AI เข้ามาผสานไว้ในกระบวนการทำงานที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ เพื่อช่วยให้สถาบันการเงินก้าวข้ามการทดลองใช้ AI แบบแยกส่วน และนำ AI ไปใช้กับกระบวนการสินเชื่อที่ซับซ้อนภายใต้การกำกับดูแล
เอเจนต์ AI ต้องผ่านการประเมินก่อนใช้งานจริง
OutSystems ระบุว่าเอเจนต์ AI สำหรับภาคธนาคารจะผ่านการทดสอบตามเกณฑ์หลายรายการ เช่น ความเกี่ยวข้อง ความถูกต้อง การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุตัวตนได้ หรือ PII รวมถึงเกณฑ์สำคัญอื่น ๆ
นอกจากนี้ หากมีการปรับเปลี่ยนโมเดล พรอมต์ หรือเครื่องมือ ระบบจะต้องทดสอบเอเจนต์ AI ซ้ำ เพื่อให้มั่นใจว่ายังคงทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือภายใต้กรอบควบคุมที่กำหนดไว้
เลือกโมเดลโดยดูทั้งความแม่นยำและต้นทุน
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ OutSystems ประเมินโมเดลหลายรูปแบบผ่าน Amazon Bedrock และเลือกโมเดลที่เหมาะสมกับงาน โดยคำนึงถึงทั้งประสิทธิภาพและต้นทุน ซึ่งบริษัทระบุว่าสามารถช่วยลดต้นทุนได้มากถึง 82%
ธนาคารยังสามารถปรับระบบให้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ นโยบาย และระบบเดิมของตัวเองได้ โดยยังคงควบคุมข้อมูลได้เต็มที่ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับองค์กรการเงินที่ต้องรักษาความปลอดภัยและข้อกำหนดด้านข้อมูลอย่างเข้มงวด
Banking Agents Kit สำหรับนักพัฒนา
นอกจาก Agentic Loan Applications แล้ว OutSystems ยังมี OutSystems Banking Agents Kit บน OutSystems Forge เพื่อให้นักพัฒนามีองค์ประกอบพื้นฐานสำหรับสร้างแอปพลิเคชันและเอเจนต์ AI สำหรับภาคธนาคารบนแพลตฟอร์ม OutSystems ได้สะดวกขึ้น
แนวทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Agentic Industry Solutions ที่ OutSystems ต้องการนำ AI ไปประยุกต์ใช้กับกระบวนการทำงานจริงของแต่ละอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่สร้างเอเจนต์ AI แบบทั่วไปที่ต้องไปปรับต่อเองทั้งหมด
สรุป: AI ในธนาคารต้องไปไกลกว่าแค่ทดลอง
การเปิดตัว Agentic Loan Applications ของ OutSystems สะท้อนภาพใหญ่ของตลาด AI องค์กรในตอนนี้ว่า หลายธุรกิจเริ่มขยับจากช่วงทดลองไปสู่การใช้งานจริงมากขึ้น โดยเฉพาะภาคธนาคารที่ต้องการทั้งความเร็ว ความแม่นยำ ประสบการณ์ลูกค้าที่ดีขึ้น และการกำกับดูแลที่ตรวจสอบได้
สำหรับสถาบันการเงิน จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่การมี AI มากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การนำ AI ไปอยู่ในกระบวนการที่ถูกต้อง มีกรอบควบคุมชัดเจน และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง ซึ่งเป็นโจทย์ที่ OutSystems ต้องการตอบผ่าน Agentic Loan Applications ในครั้งนี้