สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เปิดตัว THIM (Thai Immigration Application) อย่างเป็นทางการ โดยวางแนวทางให้แอปพลิเคชันนี้พัฒนาไปสู่ Digital Gateway สำหรับชาวต่างชาติ ตั้งแต่ช่วงเตรียมตัวก่อนเดินทางเข้าประเทศ การเดินทางและพำนักในไทย ไปจนถึงการเข้าถึงข้อมูลและสิทธิประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว แนวคิดสำคัญคือการนำบริการตรวจคนเข้าเมืองเข้าสู่ระบบดิจิทัลมากขึ้น เพื่อช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มความสะดวกให้ผู้เดินทาง ท่ามกลางข้อจำกัดทางกายภาพของสนามบินและจุดผ่านแดน ขณะเดียวกันยังต้องรักษามาตรฐานด้านความมั่นคงและความปลอดภัยของข้อมูล โดย สตม. วางเป้าหมายของโครงการไว้ 3 ด้าน ได้แก่ ยกระดับความปลอดภัยและความถูกต้องของข้อมูล ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และสนับสนุนเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทย
บริการสำคัญที่มีอยู่บน THIM ในปัจจุบันคือ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) หรือบัตรขาเข้าประเทศไทยแบบดิจิทัล ซึ่งเดิมให้บริการผ่านเว็บไซต์ของ สตม. และสามารถเข้าถึงเพื่อยื่นแบบผ่านแอป THIM ได้อีกช่องทางหนึ่ง นอกจากนี้ยังมี Explore Thailand สำหรับเชื่อมโยงข้อมูล บริการ และสิทธิประโยชน์ระหว่างการเดินทางในประเทศไทย ส่วนแผนในอนาคต สตม. ต้องการรวมบริการตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มเติมเข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์มเดียว ไม่ว่าจะเป็นการจองคิวรับบริการ (Queue Booking), การขอหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ (Certificate of Stay), การขยายระยะเวลาพำนัก (Visa Extension), การรายงานตัว 90 วัน (90-Day Report) และ Visa on Arrival เพื่อให้ชาวต่างชาติจัดการบริการที่เกี่ยวข้องกับการพำนักในไทยได้ต่อเนื่องมากขึ้น
แม้เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ THIM เปิดให้ดาวน์โหลดมาตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ผ่าน 3 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ App Store, Google Play Store และ Huawei AppGallery โดยปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดรวมมากกว่า 600,000 ครั้ง และมีผู้ใช้งานมากกว่า 580,000 ราย หรือคิดเป็น 97.2% ของยอดดาวน์โหลด ส่วนหนึ่งที่ สตม. ให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือการยืนยันตัวตน เพราะระบบต้องทำงานกับทั้งข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลชีวมิติของผู้เดินทาง THIM จึงรองรับการอ่านข้อมูลหนังสือเดินทางและชิปในหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน NFC พร้อมใช้ Liveness Detection สำหรับตรวจสอบบุคคลจริง และ Face Comparison เพื่อเปรียบเทียบใบหน้า ช่วยเพิ่มความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของกระบวนการยืนยันตัวตน

ในด้านการรักษาความปลอดภัย THIM มีการป้องกันข้อมูลหลายระดับ ตั้งแต่การเข้ารหัสข้อมูลระหว่างการรับส่งและจัดเก็บ การแยกข้อมูลชีวมิติออกจากข้อมูลส่วนบุคคลประเภทอื่น การกำหนดสิทธิ์เข้าถึง ไปจนถึงการบันทึกการใช้งานระบบเพื่อตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูล พร้อมดำเนินการด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ PDPA และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ระบบของแอปยังพัฒนาบนเทคโนโลยีคลาวด์ของ Amazon Web Services (AWS) ผ่าน AWS Asia Pacific (Bangkok) Region และนำเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยมาใช้ตั้งแต่การตรวจจับภัยคุกคาม การติดตามและบริหารสถานะความปลอดภัย ตลอดจนการเข้ารหัสข้อมูลและการสื่อสารระหว่างระบบ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของแพลตฟอร์มที่ต้องรองรับข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางและการยืนยันตัวตนของชาวต่างชาติ
อีกด้านที่ทำให้ THIM ไม่ได้ถูกวางไว้เป็นเพียงแอปสำหรับกรอกเอกสารตรวจคนเข้าเมืองคือ Explore Thailand ซึ่งปัจจุบันมี Privileges และคูปองจากพันธมิตรให้ผู้ใช้งานเลือกรับสิทธิ์ แล้วนำ QR Code หรือ Promotion Code ไปใช้งานตามเงื่อนไข และมีแผนต่อยอดไปสู่ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก และกิจกรรมต่าง ๆ ในอนาคต โดยการเปิดตัวครั้งนี้ สตม. ยังได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนในหลายธุรกิจเพื่อเพิ่มบริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ใช้งาน เป้าหมายระยะยาวจึงเป็นการทำให้ THIM กลายเป็นจุดเชื่อมต่อดิจิทัลสำหรับชาวต่างชาติ ตั้งแต่ก่อนเข้าประเทศ ระหว่างพำนัก ไปจนถึงการใช้บริการต่าง ๆ ในประเทศไทย พร้อมเดินหน้ารวมบริการด้านตรวจคนเข้าเมืองเข้าสู่แพลตฟอร์มเดียวมากขึ้นในอนาคต