Posted in

Apple Watch SE 3 vs Series 12 ต่างกัน 6,400 บาท เพิ่มเงินแล้วได้อะไร?

ถ้าอยากได้ Apple Watch สักเรือน ตอนนี้ตัวเลือกที่น่าจะทำให้หลายคนลังเลคือ Apple Watch SE 3 ที่ราคาเริ่มต้นเพียง 8,500 บาท กับ Apple Watch Series 12 ที่ขยับขึ้นมาเริ่มต้น 14,900 บาท

ส่วนต่างเริ่มต้นอยู่ที่ 6,400 บาท ซึ่งถือว่าไม่น้อย คำถามคือ Series 12 ให้อะไรเพิ่มขึ้นมาบ้าง และถ้าใช้งานทั่วไป Apple Watch SE 3 เพียงพอหรือยัง วันนี้ ITCoolgang สรุปให้แบบเข้าใจง่าย

ราคาไทย Apple Watch SE 3 และ Series 12

รุ่น GPS GPS + Cellular
Apple Watch SE 3 40 มม. เริ่ม 8,500 บาท เริ่ม 10,500 บาท
Apple Watch SE 3 44 มม. เริ่ม 9,500 บาท เริ่ม 11,500 บาท
Apple Watch Series 12 Aluminum 42 มม. เริ่ม 14,900 บาท เริ่ม 18,900 บาท
Apple Watch Series 12 Aluminum 46 มม. เริ่ม 16,900 บาท เริ่ม 20,900 บาท

หมายเหตุ: เป็นราคาเริ่มต้นจาก Apple Store ประเทศไทย ราคาอาจเปลี่ยนไปตามสาย วัสดุตัวเรือน และการปรับแต่งที่เลือก

นอกจากนี้ Series 12 ยังมีตัวเรือน Titanium เริ่มต้น 25,900 บาท และ Ceramic เริ่มต้น 33,700 บาท ขณะที่ SE 3 มีเฉพาะตัวเรือน Aluminum เท่านั้น

ดีไซน์ต่างกัน Series 12 ดูทันสมัยกว่า

Apple Watch SE 3 ยังคงใช้แนวทางดีไซน์ที่สืบทอดมาจาก Apple Watch Series 4-6 มีตัวเลือกขนาด 40 และ 44 มม. พร้อมตัวเรือน Aluminum สี Midnight และ Starlight

Series 12 ใช้ตัวเรือน 42 และ 46 มม. ดีไซน์บางกว่า พร้อมขอบจอที่โค้งและพื้นที่หน้าจอกินพื้นที่ด้านหน้ามากขึ้น นอกจาก Aluminum แล้วยังเลือก Titanium หรือ Ceramic ได้ด้วย

ถ้าต้องการ Apple Watch สำหรับใส่ทั่วไป SE 3 ยังไม่ได้ดูเก่า แต่ถ้าอยากได้ตัวเครื่องที่บาง จอใหญ่ และมีวัสดุให้เลือกมากกว่า Series 12 จะเห็นความแตกต่างชัดเจนกว่า

จอ Always-On มีเหมือนกัน แต่ Series 12 สว่างกว่า

ข้อดีของ SE 3 คือได้ Always-On Retina Display แล้ว ทำให้ไม่จำเป็นต้องยกข้อมือทุกครั้งเพื่อดูเวลา ซึ่งทำให้ประสบการณ์ใช้งานเข้าใกล้รุ่น Series มากขึ้น

หน้าจอ Apple Watch SE 3 Apple Watch Series 12
ประเภท OLED LTPO Wide-angle OLED LTPO3
Always-On รองรับ รองรับ
ความสว่างสูงสุด 1,000 nits 2,000 nits
ความสว่างต่ำสุด 2 nits 1 nit

Series 12 จึงได้เปรียบเมื่อใช้งานกลางแจ้ง และยังหรี่แสงได้ต่ำกว่าในที่มืด รวมถึงมีพื้นที่หน้าจอที่ใหญ่กว่า ทำให้การอ่าน Notification หรือใช้งานแอปต่าง ๆ สบายตาขึ้น

SE 3 ใช้ S10 ส่วน Series 12 ได้ S11

ด้านขุมพลัง Apple Watch SE 3 ใช้ ชิป S10 พร้อม RAM 2GB ขณะที่ Series 12 ขยับเป็น S11 และ RAM 4GB โดยทั้งสองรุ่นมีพื้นที่เก็บข้อมูล 64GB

การใช้งานพื้นฐานอย่างแจ้งเตือน ออกกำลังกาย ฟังเพลง หรือใช้แอปทั่วไป SE 3 ยังตอบโจทย์ได้ดี แต่ Series 12 มีฮาร์ดแวร์ที่ใหม่กว่าและมีพื้นที่สำหรับฟีเจอร์ด้านสุขภาพและ AI ในอนาคตมากกว่า

ฟีเจอร์สุขภาพ คือจุดที่ Series 12 ทิ้งห่าง

Apple Watch SE 3 ไม่ได้เป็นนาฬิกาสุขภาพแบบพื้นฐานจนเกินไป เพราะยังติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ, HRV, อุณหภูมิข้อมือ, การนอนหลับ, Sleep Score รวมถึงแจ้งเตือนภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับได้

แต่ Series 12 เพิ่มระบบ Health Sensing System ที่ละเอียดกว่า โดยติดตามอัตราการเต้นหัวใจเบื้องหลังทุก 5 วินาที พร้อม Recovery HRV และแอป Readiness ที่นำข้อมูลกิจกรรม Training Load สัญญาณชีพ และการนอนหลับมาประเมินความพร้อมของร่างกาย

นอกจากนี้ Series 12 ยังมีความสามารถที่ SE 3 ไม่มี เช่น

  • ECG หรือตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
  • วัดออกซิเจนในเลือด
  • การแจ้งเตือนภาวะความดันโลหิตสูง
  • Recovery HRV
  • Readiness Score
  • ติดตามจำนวนก้าวได้ละเอียดขึ้น
  • ข้อมูลชีพจรและจำนวนก้าวแบบ Real-time บนหน้าปัด

หากจุดประสงค์หลักของการซื้อ Apple Watch คือการติดตามสุขภาพและการฟื้นตัวจากการออกกำลังกายอย่างจริงจัง Series 12 จึงมีเหตุผลในการเพิ่มเงินมากขึ้น

Series 12 ใช้ว่ายน้ำและดำน้ำตื้นได้จริงจังกว่า

ทั้งคู่สามารถใช้ติดตามการออกกำลังกายและกิจกรรมทางน้ำได้ แต่ Series 12 เพิ่ม Depth Gauge สำหรับวัดความลึกสูงสุด 6 เมตร พร้อมเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิน้ำ และใช้งานแอป Depth ได้

Series 12 ยังรองรับ Oceanic+ สำหรับ Snorkeling ที่ความลึกสูงสุด 6 เมตร ดังนั้นคนที่มีกิจกรรมทางน้ำเป็นประจำจะได้ประโยชน์จาก Series 12 มากกว่า

แบตเตอรี่ Series 12 เพิ่มจาก 18 เป็น 24 ชั่วโมง

แบตเตอรี่ Apple Watch SE 3 Apple Watch Series 12
ใช้งานทั่วไป สูงสุด 18 ชั่วโมง สูงสุด 24 ชั่วโมง
Low Power Mode สูงสุด 32 ชั่วโมง สูงสุด 38 ชั่วโมง
ออกกำลังกายกลางแจ้ง สูงสุด 7 ชั่วโมง สูงสุด 10 ชั่วโมง

Series 12 ใช้งานทั่วไปได้นานกว่า SE 3 ประมาณ 6 ชั่วโมง ซึ่งจะเห็นผลชัดกับคนที่ใส่นาฬิกาติดตามการนอนหลับและออกกำลังกายเป็นประจำ

เรื่องชาร์จก็ต่างกัน โดย SE 3 ชาร์จจาก 0-80% ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ส่วน Series 12 ทำได้เร็วกว่า จึงเหมาะกับการถอดชาร์จช่วงสั้น ๆ แล้วกลับมาใส่ต่อ

สิ่งที่ SE 3 และ Series 12 มีเหมือนกันก็เยอะ

ถึงราคาจะต่างกัน แต่ฟีเจอร์หลักหลายอย่างไม่ได้หายไปจาก SE 3 เช่น Always-On Display, การวัดอุณหภูมิข้อมือ, Sleep Score, การแจ้งเตือนภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ, การคาดการณ์รอบเดือนย้อนหลัง