Posted in

Apple Watch Ultra รุ่นแรก vs Ultra 4 ผ่านไป 4 ปี ควรอัปเกรดหรือยัง?

เทียบ Apple Watch Ultra รุ่นแรกกับ Ultra 4 ทั้งหน้าจอ ชิป ฟีเจอร์สุขภาพ แบตเตอรี่ และ watchOS พร้อมตารางช่วยตัดสินใจว่าควรอัปเกรดหรือยัง
เทียบ Apple Watch Ultra รุ่นแรกกับ Ultra 4 ทั้งหน้าจอ ชิป ฟีเจอร์สุขภาพ แบตเตอรี่ และ watchOS พร้อมตารางช่วยตัดสินใจว่าควรอัปเกรดหรือยัง

Apple Watch Ultra รุ่นแรกเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2022 และถือเป็นจุดเริ่มต้นของ Apple Watch สายลุยอย่างจริงจัง แต่เมื่อเวลาผ่านไป 4 ปี เราก็มาถึง Apple Watch Ultra 4 ที่แม้รูปลักษณ์โดยรวมยังดูคุ้นตา แต่สิ่งที่อยู่ข้างในเปลี่ยนไปไม่น้อย

คำถามคือ ถ้ายังใช้ Apple Watch Ultra รุ่นแรกอยู่ จำเป็นต้องเปลี่ยนแล้วหรือยัง? รอบนี้เราสรุปความแตกต่างจากข้อมูลของ MacRumors ให้ดูกันแบบเข้าใจง่าย

ภาพรวมยังเป็น Ultra เหมือนเดิม

สิ่งที่น่าสนใจคือพื้นฐานของ Apple Watch Ultra รุ่นแรกยังไม่ได้ล้าสมัยไปทั้งหมด ทั้งสองรุ่นยังใช้ตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 49 มม. มี Action Button, Siren, GPS แบบ Dual-Frequency และรองรับการดำน้ำเพื่อการสันทนาการได้ลึกถึง 40 เมตรเหมือนกัน

ดังนั้นถ้ามองจากรูปลักษณ์หรือการใช้งาน Outdoor ขั้นพื้นฐาน Ultra รุ่นแรกก็ยังทำหน้าที่ได้ดี แต่ความแตกต่างจะเริ่มชัดเมื่อมองเข้าไปที่หน้าจอ ระบบสุขภาพ แบตเตอรี่ และซอฟต์แวร์

หน้าจอใหญ่ขึ้นเล็กน้อย แต่สว่างกว่าเดิมมาก

รายละเอียด Apple Watch Ultra 1 Apple Watch Ultra 4
หน้าจอ LTPO2 OLED Wide-angle LTPO3 OLED
ความสว่างสูงสุด 2,000 nits 3,000 nits
ความสว่างต่ำสุด – 1 nit
ความละเอียด 410 x 502 พิกเซล 422 x 514 พิกเซล
พื้นที่แสดงผล 1,185 ตร.มม. 1,245 ตร.มม.

Ultra 4 มีพื้นที่หน้าจอเพิ่มขึ้นประมาณ 5% จากขอบจอที่บางลง พร้อมความสว่างสูงสุด 3,000 nits ทำให้มองกลางแจ้งง่ายกว่าเดิม

นอกจากนี้ Always-On Display ยังสามารถลด Refresh Rate ลงถึง 1Hz ทำให้หน้าปัดที่รองรับสามารถแสดงเข็มวินาทีเคลื่อนไหวได้แม้ไม่ได้ยกข้อมือขึ้นมาดู

S8 ขยับมา S11 ความต่างเริ่มชัดเมื่อใช้ฟีเจอร์ใหม่

Apple Watch Ultra รุ่นแรกใช้ชิป S8 พร้อม RAM 1GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 32GB ขณะที่ Ultra 4 ขยับมาใช้ S11 พร้อม RAM 4GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 64GB

Ultra 4 ยังมี Neural Engine แบบ 4-core ทำให้รองรับฟีเจอร์ใหม่ได้มากขึ้น เช่น การประมวลผล Siri บนอุปกรณ์ในคำสั่งที่รองรับ, Dictation ที่ดีขึ้น รวมถึง Gesture อย่าง Double Tap และ Wrist Flick

สำหรับการใช้งานเปิดแอปหรือดูแจ้งเตือน ความต่างอาจไม่ได้ทำให้ Ultra รุ่นแรกกลายเป็นเครื่องช้าในทันที แต่ชิปใหม่มีผลสำคัญต่อฟีเจอร์ที่ Ultra รุ่นแรกไม่สามารถรองรับได้แล้ว

ระบบสุขภาพคือหนึ่งในจุดที่ Ultra 4 เปลี่ยนเยอะ

Ultra 4 เปลี่ยนมาใช้ Health Sensing System รุ่นใหม่ พร้อมเซ็นเซอร์หัวใจแบบ Optical และ Electrical ที่ได้รับการปรับปรุง โดยสามารถวัดอัตราการเต้นหัวใจในเบื้องหลังทุก 5 วินาที และเก็บข้อมูล HRV ได้บ่อยขึ้น

นอกจากนี้ยังเพิ่มข้อมูลและฟีเจอร์สุขภาพอีกหลายอย่าง เช่น

  • Recovery HRV
  • Readiness
  • Daytime Vitals
  • การแจ้งเตือนภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • การแจ้งเตือนความดันโลหิตสูงในพื้นที่ที่รองรับ
  • การติดตามจำนวนก้าวและระยะทาง Indoor ที่แม่นยำขึ้น

ถ้าใช้ Apple Watch เพื่อดูสุขภาพและข้อมูลการฟื้นตัวจากการออกกำลังกายจริงจัง จุดนี้ถือเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่สุดของการอัปเกรดจาก Ultra รุ่นแรก

การค้นหาของดีขึ้นด้วย UWB รุ่นใหม่

Ultra รุ่นแรกใช้ชิป Ultra Wideband รุ่นแรกและสามารถสั่งให้อุปกรณ์ส่งเสียงเพื่อช่วยค้นหาได้ แต่ Ultra 4 เปลี่ยนมาใช้ Ultra Wideband รุ่นที่สอง

จึงรองรับ Precision Finding กับอุปกรณ์ที่เข้ากันได้ สามารถบอกได้ทั้งระยะทางและทิศทาง เช่น iPhone รุ่นที่รองรับ, AirTag 2 และเคสชาร์จ AirPods Pro 3

จาก LTE ขยับไป 5G พร้อมดาวเทียม

ด้านการเชื่อมต่อก็เป็นอีกความแตกต่างใหญ่ Ultra รุ่นแรกใช้ LTE และ UMTS ขณะที่ Ultra 4 รองรับทั้ง LTE และ 5G พร้อมระบบรับสัญญาณที่สามารถใช้เสาอากาศสองชุดพร้อมกันเพื่อช่วยในพื้นที่สัญญาณอ่อน

Ultra 4 ยังเพิ่มการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียม รองรับฟังก์ชันอย่าง Emergency SOS, Messages และ Find My ผ่านดาวเทียมในพื้นที่และประเทศที่รองรับ

สำหรับคนที่เดินป่า วิ่ง Trail หรือเดินทางไปพื้นที่นอกสัญญาณมือถือบ่อย ๆ จุดนี้มีความหมายมากกว่าการเพิ่มความเร็วของชิปเสียอีก

แบตเตอรี่จาก 36 ชั่วโมง ขยับเป็น 50 ชั่วโมง

การใช้งาน Apple Watch Ultra 1 Apple Watch Ultra 4
ใช้งานทั่วไป สูงสุด 36 ชั่วโมง สูงสุด 50 ชั่วโมง
Low Power Mode สูงสุด 72 ชั่วโมง สูงสุด 84 ชั่วโมง
Outdoor Workout ปกติ สูงสุด 12 ชั่วโมง สูงสุด 18 ชั่วโมง
Extended Workout – สูงสุด 25 ชั่วโมง พร้อม GPS และ Heart Rate เต็มรูปแบบ
Max Extended Workout – สูงสุด 45 ชั่วโมง

นี่น่าจะเป็นความแตกต่างที่เจ้าของ Ultra รุ่นแรกสัมผัสได้ง่ายที่สุด เพราะ Ultra 4 ใช้งานทั่วไปได้สูงสุด 50 ชั่วโมง จากเดิม 36 ชั่วโมง

โดยเฉพาะเครื่อง Ultra รุ่นแรกที่ผ่านการใช้งานมาแล้วประมาณ 4 ปี สุขภาพแบตเตอรี่จริงย่อมมีโอกาสลดลงจากตอนซื้อใหม่ ดังนั้นผู้ที่เริ่มรู้สึกว่าต้องชาร์จระหว่างวันหรือระหว่างออกกำลังกายบ่อยขึ้น จะเห็นประโยชน์จาก Ultra 4 ชัดที่สุด

เรื่องสำคัญที่สุดอาจเป็น watchOS 27

แม้ Apple Watch Ultra รุ่นแรกยังสามารถใช้ฟีเจอร์เดิม ดูแจ้งเตือน ติดตามกิจกรรม ออกกำลังกาย และนำทางต่อได้ แต่รุ่นแรก ไม่ได้รองรับ watchOS 27 แล้ว

ทำให้พลาดฟีเจอร์ใหม่ของระบบ เช่น Siri รุ่นใหม่, Dynamic App Grid, Smart Stack Suggestions แบบใหม่, Call Context และ Find My ที่ถูกรวมไว้ในแอปเดียว

นี่จึงเป็นจุดแบ่งที่สำคัญ เพราะต่างจากการอัปเกรดฮาร์ดแวร์ทั่วไป ครั้งนี้เจ้าของ Ultra รุ่นแรกเริ่มเข้าสู่ช่วงที่ไม่ได้รับระบบปฏิบัติการเวอร์ชันหลักล่าสุดแล้ว

ตารางสรุป Apple Watch Ultra 1 vs Ultra 4

ฟีเจอร์ Ultra รุ่นแรก Ultra 4
ตัวเรือน Titanium 49 มม. Titanium 49 มม.
ชิป S8 S11
RAM 1GB 4GB
ความจุ 32GB 64GB
ความสว่างหน้าจอ 2,000 nits 3,000 nits
แบตเตอรี่ สูงสุด 36 ชั่วโมง สูงสุด 50 ชั่วโมง
ระบบเซลลูลาร์ LTE LTE + 5G
ดาวเทียม ไม่มี รองรับในพื้นที่ที่ให้บริการ
Precision Finding ไม่มี รองรับ
ระบบสุขภาพรุ่นใหม่ ไม่มี Health Sensing System
watchOS 27 ไม่รองรับ รองรับ

แล้วเจ้าของ Ultra รุ่นแรกควรเปลี่ยนหรือยัง?

ยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน หากแบตเตอรี่ของ Ultra รุ่นแรกยังเพียงพอกับการใช้งาน และสิ่งที่ต้องการหลัก ๆ คือดูแจ้งเตือน ติดตามการออกกำลังกาย GPS และฟังก์ชัน Outdoor เดิม เพราะพื้นฐานสำคัญของ Ultra รุ่นแรกยังใช้งานได้ดี

แต่ Ultra 4 เริ่มน่าอัปเกรด ถ้าแบตเตอรี่เครื่องเก่าเริ่มไม่ไหว ต้องการฟีเจอร์สุขภาพที่ละเอียดขึ้น ใช้กิจกรรม Outdoor เป็นเวลานาน ต้องการการสื่อสารผ่านดาวเทียม หรืออยากใช้ watchOS 27 และฟีเจอร์ใหม่ต่อไป

สรุป: 4 ปีถือว่าเปลี่ยนเยอะกว่าที่เห็นจากภายนอก

ถ้าวาง Apple Watch Ultra รุ่นแรกกับ Ultra 4 ข้างกัน อาจรู้สึกว่า Apple ไม่ได้เปลี่ยนดีไซน์ไปมากนัก แต่เมื่อลงรายละเอียด ความแตกต่างสะสมตลอด 4 ปีถือว่าไม่น้อยเลย

Ultra 4 ได้ทั้งหน้าจอใหญ่และสว่างขึ้น ชิปที่ใหม่กว่า RAM เพิ่มจาก 1GB เป็น 4GB ความจุเพิ่มเป็นสองเท่า ระบบสุขภาพใหม่ 5G การเชื่อมต่อผ่านดาวเทียม และแบตเตอรี่ที่เพิ่มจาก 36 เป็น 50 ชั่วโมง

สำหรับเจ้าของ Ultra รุ่นแรกที่ยังพอใจกับเครื่องเดิม สามารถใช้ต่อได้อีก แต่เมื่อรวมเรื่องแบตเตอรี่ของเครื่องที่มีอายุหลายปีเข้ากับการไม่ได้ไปต่อบน watchOS 27 ปีนี้ก็ถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมที่สุดครั้งหนึ่งในการพิจารณาเปลี่ยนมา Ultra 4

สำหรับประเทศไทย Apple Watch Ultra 4 มีราคาเริ่มต้น 29,900 บาท ผ่าน Apple Store Online ประเทศไทย

ที่มา: MacRumors