บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของเครือข่ายผู้จำหน่าย หลัง บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ บีจี กรุ๊ป ประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ บริษัท อมร เพรสทีจ จำกัด โดยหลังจากนี้การดำเนินงานของโชว์รูมและศูนย์บริการเดิมจะอยู่ภายใต้บริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่ในชื่อ บริษัท บีจี มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (BG Motors Corporation) การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงไม่ได้หมายถึงการเปิดผู้จำหน่ายรายใหม่ตั้งแต่ต้น แต่เป็นการรับช่วงกิจการเดิมของอมร เพรสทีจ พร้อมนำศักยภาพด้านการลงทุนและการบริหารของบีจี กรุ๊ป เข้ามาต่อยอดธุรกิจค้าปลีกรถยนต์ระดับพรีเมียม โดย BMW ประเทศไทยมองความร่วมมือครั้งนี้เป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาว ซึ่งจะให้ความสำคัญกับทั้งประสบการณ์ลูกค้า การลงทุน และการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายในอนาคต
ภายใต้โครงสร้างใหม่นี้ การดำเนินงานของอมร เพรสทีจทั้งหมดจะโอนไปอยู่ภายใต้การบริหารของบีจี กรุ๊ป โดยครอบคลุม 3 สาขาเดิม ได้แก่ โชว์รูมและศูนย์บริการสำนักงานใหญ่บนถนนรัชดาภิเษก, ศูนย์บริการเฉพาะทางรัชโยธิน หรือ Service Only Outlet (SOO) และโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการขนาดใหญ่ที่รังสิต ซึ่งรองรับลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือและภาคกลางตอนล่าง จุดสำคัญสำหรับลูกค้าปัจจุบันคือ ทั้ง BMW ประเทศไทยและบีจี กรุ๊ปได้วางแผนการเปลี่ยนผ่านเพื่อให้การขายและบริการหลังการขายดำเนินต่อไปโดยไม่สะดุด ดังนั้นลูกค้าที่ใช้บริการทั้งสามแห่งจะยังคงได้รับการดูแลจากทีมงานที่ผ่านการอบรม และยังสามารถติดต่อทั้งสาขารัชดาภิเษก รัชโยธิน และรังสิต ผ่านหมายเลขเดิม 02-513-9555
สำหรับเหตุผลในเชิงธุรกิจ BMW ประเทศไทยมองว่าความแข็งแกร่งของบีจี กรุ๊ปไม่ได้อยู่เฉพาะธุรกิจบรรจุภัณฑ์ แต่ยังมีธุรกิจในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง พลังงานหมุนเวียน รวมถึงกีฬาและไลฟ์สไตล์ ซึ่งทำให้มีทั้งประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจที่หลากหลายและศักยภาพด้านการลงทุน เมื่อนำมาผสานกับแบรนด์ เทคโนโลยี และแนวทางการให้บริการลูกค้าของ BMW ทั้งสองฝ่ายจึงต้องการใช้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เป็นฐานสำหรับการลงทุนและพัฒนาประสบการณ์ค้าปลีกรถยนต์ระดับพรีเมียมในระยะยาว โดยยังคงต่อยอดจากฐานลูกค้า ความเชี่ยวชาญ และความไว้วางใจที่อมร เพรสทีจสร้างไว้เดิม มากกว่าการเริ่มโครงสร้างการให้บริการใหม่ทั้งหมด
คุณคริส จู ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ระบุว่า ความร่วมมือกับบีจี กรุ๊ปเป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาว โดยมองว่าบีจี กรุ๊ปมีทั้งวิสัยทัศน์ ศักยภาพด้านการลงทุน และแนวทางที่ให้ความสำคัญกับลูกค้า ซึ่งจะช่วยสานต่อสิ่งที่อมร เพรสทีจสร้างไว้ และต่อยอดเครือข่ายผู้จำหน่าย BMW ในประเทศไทยให้พร้อมสำหรับอนาคต ขณะที่ คุณปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส มองการเข้ามาในธุรกิจครั้งนี้มากกว่าการเข้าซื้อกิจการ แต่เป็นการลงทุนกับแบรนด์ระดับโลกและโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า โดยจะนำความเชี่ยวชาญเดิมของอมร เพรสทีจมาผสานกับศักยภาพด้านการลงทุนและแนวทางการดำเนินธุรกิจของบีจี กรุ๊ป
สิ่งที่ลูกค้า BMW เดิมควรรู้จากการประกาศครั้งนี้จึงเป็นเรื่อง ความต่อเนื่องของการให้บริการ เพราะทั้งสามสาขายังคงดำเนินงานต่อภายใต้โครงสร้างการบริหารใหม่ และ BMW ประเทศไทยยืนยันว่ามาตรฐานการบริการและความเชี่ยวชาญของทีมงานจะยังคงได้รับการรักษาไว้ ขณะเดียวกันในระยะยาว บีจี กรุ๊ปและ BMW มีแผนต่อยอดด้วยการลงทุน การพัฒนาประสบการณ์ลูกค้า และการเสริมความแข็งแกร่งให้เครือข่ายผู้จำหน่าย การเข้าซื้ออมร เพรสทีจจึงเป็นทั้งการขยายธุรกิจของบีจี กรุ๊ปเข้าสู่ตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียม และเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างผู้บริหารเครือข่าย BMW เดิม โดยพยายามให้การซื้อรถ การเข้าศูนย์บริการ และบริการหลังการขายของลูกค้าปัจจุบันดำเนินต่อเนื่องระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน