Posted in

Nothing เปิดราคา CMF Clip Pro, Buds Pro 2 และ Buds Neo ในไทย เริ่ม 1,099 บาท

Nothing เปิดราคา CMF Clip Pro 3,999 บาท, Buds Pro 2 2,399 บาท และ Buds Neo 1,099 บาท พร้อมรายละเอียดและวันวางจำหน่ายในไทย
Nothing เปิดราคา CMF Clip Pro 3,999 บาท, Buds Pro 2 2,399 บาท และ Buds Neo 1,099 บาท พร้อมรายละเอียดและวันวางจำหน่ายในไทย

Nothing Thailand เปิดตัวหูฟังไร้สายจากแบรนด์ CMF by Nothing พร้อมกัน 3 รุ่นในประเทศไทย ครอบคลุมตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นไปจนถึงหูฟัง Open-Ear ได้แก่ CMF Buds Neo ราคา 1,099 บาท, CMF Buds Pro 2 ราคา 2,399 บาท และ CMF Clip Pro ราคา 3,999 บาท

โดยแต่ละรุ่นถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานต่างกันอย่างชัดเจน Buds Neo เน้นความคุ้มค่าและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นาน ส่วน Buds Pro 2 เน้นคุณภาพเสียงด้วยระบบไดรเวอร์คู่และ ANC ที่สูงขึ้น

Nothing เปิดราคา CMF Clip Pro 3,999 บาท, Buds Pro 2 2,399 บาท และ Buds Neo 1,099 บาท พร้อมรายละเอียดและวันวางจำหน่ายในไทย

ขณะที่ Clip Pro เป็นหูฟังแบบคลิปหนีบ Open-Ear รุ่นแรกที่ Nothing และ CMF by Nothing นำมาวางจำหน่าย เหมาะกับคนที่ต้องการฟังเพลงไปพร้อมกับยังรับรู้เสียงรอบข้างได้ โดยทั้งสามรุ่นมีกำหนดวางจำหน่ายแตกต่างกัน เริ่มจาก Buds Pro 2 ที่ซื้อได้แล้ว ตามด้วย Buds Neo วันที่ 4 ตุลาคม และ Clip Pro วันที่ 6 ตุลาคม 2569

Nothing เปิดราคา CMF Clip Pro 3,999 บาท, Buds Pro 2 2,399 บาท และ Buds Neo 1,099 บาท พร้อมรายละเอียดและวันวางจำหน่ายในไทย

รุ่นที่มีรูปแบบแตกต่างจากหูฟัง CMF ก่อนหน้านี้มากที่สุดคือ CMF Clip Pro ซึ่งเลือกใช้ดีไซน์ Open-Ear แบบคลิปหนีบหู ไม่ปิดกั้นช่องหู จึงยังสามารถรับรู้เสียงจากสภาพแวดล้อมระหว่างทำกิจกรรมได้ ตัวหูฟังมีน้ำหนักเพียง 5.92 กรัมต่อข้าง และใช้โครงสร้าง C-shaped ที่เสริมแกนลวดไทเทเนียมเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่น ด้านเสียงใช้ Dynamic Driver แบบแม่เหล็กคู่ขนาด 10.8 มม. เสริมด้วย Ultra Bass Technology และรองรับ LDAC พร้อมระบบ Sound Seal ที่ช่วยลดการรั่วไหลของเสียงออกสู่ภายนอก สำหรับการสนทนามีไมโครโฟน 4 ตัวทำงานร่วมกับ VPU เพื่อแยกเสียงพูด ตัวหูฟังรองรับ Bluetooth 5.4 และมาตรฐาน IP54 ขณะที่เคสชาร์จมี Smart Dial สำหรับควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ และเมื่อใช้งานร่วมกับเคสสามารถให้แบตเตอรี่สูงสุด 32.5 ชั่วโมง โดย Clip Pro ราคา 3,999 บาท และเริ่มจำหน่ายวันที่ 6 ตุลาคม 2569

ถัดมาคือ CMF Buds Pro 2 ที่กลับมาพร้อมตัวเลือกสีใหม่ โดยเน้นประสบการณ์เสียงในระดับสูงขึ้นด้วย Dual Drivers ประกอบด้วยไดรเวอร์เบสขนาด 11 มม. และ Micro-planar Tweeter ขนาด 6 มม. รองรับ LDAC หรือ Hi-Res Audio Wireless และ Spatial Audio Effect สำหรับสร้างมิติของเสียง พร้อม Smart Hybrid Active Noise Cancellation ที่ลดเสียงรบกวนได้สูงสุด 50dB และมี Transparency Mode สำหรับเวลาที่ต้องการรับฟังเสียงภายนอก การสนทนาใช้ไมโครโฟนรวม 6 ตัวและ Clear Voice Technology เพื่อช่วยจัดการเสียงรบกวนและเสียงลม อีกจุดที่แตกต่างคือ Smart Dial บนเคสชาร์จ ซึ่งสามารถหมุนปรับระดับเสียง รวมถึงกดควบคุมเพลงและรับสายได้โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ตัวหูฟังใช้ Bluetooth 5.3 ได้มาตรฐาน IP55 และใช้งานรวมกับเคสได้สูงสุด 43 ชั่วโมง ราคา 2,399 บาท มีสีขาว สีดำ และสีเขียวใหม่วางจำหน่ายแล้ว ส่วนสีชมพูมีกำหนดตามมาในเดือนตุลาคม 2569

Nothing เปิดราคา CMF Clip Pro 3,999 บาท, Buds Pro 2 2,399 บาท และ Buds Neo 1,099 บาท พร้อมรายละเอียดและวันวางจำหน่ายในไทย

ส่วน CMF Buds Neo เป็นตัวเลือกที่เข้าถึงง่ายที่สุดในไลน์อัปนี้ด้วยราคา 1,099 บาท แต่ยังให้ฟังก์ชันสำหรับการใช้งานประจำวันค่อนข้างครบ ตัวหูฟังใช้ Dynamic Driver ขนาด 12.4 มม. แบบ Titanium-coated PET Dome พร้อม Adaptive Active Noise Cancellation สูงสุด 35dB และ Spatial Audio สำหรับเพิ่มมิติในการฟังเพลง การเชื่อมต่อใช้ Bluetooth 6.0 และรองรับ Dual-Device Connection ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ 2 เครื่องพร้อมกันได้ รวมถึงปรับแต่งลักษณะเสียงเพิ่มเติมผ่านแอป Nothing X ด้านการโทรมีไมโครโฟน 4 ตัวช่วยจัดการเสียงระหว่างสนทนา ขณะที่แบตเตอรี่เมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จทำได้สูงสุดถึง 52 ชั่วโมง และรองรับระบบชาร์จเร็ว ตัวเคสมาในรูปทรงสี่เหลี่ยมมุมโค้งและใช้การออกแบบแบบทูโทนตามแนวทางของ CMF โดย Buds Neo เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยวันที่ 4 ตุลาคม 2569

Nothing เปิดราคา CMF Clip Pro 3,999 บาท, Buds Pro 2 2,399 บาท และ Buds Neo 1,099 บาท พร้อมรายละเอียดและวันวางจำหน่ายในไทย

การเปิดตัวทั้งสามรุ่นทำให้ไลน์อัปหูฟังของ CMF by Nothing ในไทยมีตัวเลือกครอบคลุมการใช้งานมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยคนที่ต้องการหูฟัง TWS ในงบเริ่มต้นมี Buds Neo ที่ 1,099 บาท ขณะที่ Buds Pro 2 ขยับขึ้นมาเป็น 2,399 บาท พร้อม Dual Drivers, LDAC และ ANC สูงสุด 50dB ส่วน Clip Pro ราคา 3,999 บาท เปลี่ยนรูปแบบการสวมใส่ไปเป็น Open-Ear สำหรับคนที่ไม่ต้องการให้หูฟังปิดช่องหูตลอดเวลา เมื่อรวมกันแล้วจึงเป็นสามรุ่นที่ไม่ได้แตกต่างกันเพียงราคา แต่แบ่งแนวทางการใช้งานออกจากกันตั้งแต่ความคุ้มค่า คุณภาพเสียง ไปจนถึงรูปแบบการสวมใส่ โดย Buds Pro 2 พร้อมจำหน่ายแล้ว ขณะที่ Buds Neo และ Clip Pro จะเริ่มขายในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569