CMF ประกาศเปิดตัวลำโพงพกพาซีรีส์แรกของแบรนด์ในชื่อ CMF Speaker Series ประกอบด้วย CMF Speaker S และ CMF Speaker M โดยเน้นการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ตามสไตล์ของ CMF ผสมผสานกับคุณภาพเสียงและความสะดวกในการพกพา ทั้งสองรุ่นมาพร้อมการเชื่อมต่อ Bluetooth 6.0 รองรับ Stereo Mode สำหรับจับคู่ลำโพงสองตัวเพื่อแยกเสียงซ้ายและขวา รวมถึง Party Mode ที่สามารถเชื่อมต่อลำโพงหลายตัวผ่านเทคโนโลยี Auracast นอกจากนี้ยังได้รับมาตรฐานกันน้ำและฝุ่น IP68 พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 18 ชั่วโมง โดย CMF Speaker S จะเป็นรุ่นขนาดกะทัดรัดสำหรับพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ ส่วน Speaker M มีขนาดใหญ่ขึ้นและเพิ่มกำลังขับเสียงเพื่อรองรับการฟังเพลงภายในบ้านหรือการสังสรรค์ สำหรับประเทศไทยเตรียมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ในราคาเริ่มต้น 2,699 บาท

ด้านการออกแบบ CMF Speaker S มาในรูปทรงสูงขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพกลำโพงติดตัวระหว่างเดินทาง โดยสามารถเก็บลงกระเป๋า หนีบกับสายสะพาย หรือแขวนกับคาราบิเนอร์ผ่านจุดยึดที่ติดตั้งมาในตัวได้ ขณะที่ CMF Speaker M นำแนวคิดการออกแบบเดียวกันมาขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้น พร้อมเพิ่มหูหิ้วสำหรับเคลื่อนย้ายระหว่างห้องหรือพื้นที่ใช้งานต่าง ๆ เช่น โต๊ะทำงาน ห้องนั่งเล่น หรือบริเวณระเบียงบ้าน ความน่าสนใจของลำโพงทั้งสองรุ่นอยู่ที่การเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ปรับแต่งรูปลักษณ์ได้ด้วยตัวเอง โดยมีแผงด้านหน้าและปุ่มหมุนที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ รวมถึงรองรับการสร้างชิ้นส่วนตกแต่งด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติมาตรฐาน ทั้งสองรุ่นมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ White, Dark Grey, Orange และ Turquoise ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกสีให้เข้ากับพื้นที่หรือสไตล์การใช้งานได้ โดยแนวทางดังกล่าวสะท้อนว่า CMF ไม่ได้ต้องการให้ลำโพงเป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับฟังเพลงเท่านั้น แต่ยังเป็นอุปกรณ์ที่สามารถปรับแต่งรูปลักษณ์ให้เข้ากับความชอบส่วนตัวได้ด้วย

สำหรับคุณภาพเสียง CMF Speaker S ใช้ไดรเวอร์ Full-range ขนาด 45 มิลลิเมตร ทำงานร่วมกับ Dual Passive Radiators ให้กำลังขับสูงสุด 10W RMS และตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 70Hz–20kHz เหมาะกับการฟังเพลงทั่วไปในพื้นที่ขนาดเล็กหรือการพกพาไปใช้งานระหว่างเดินทาง ส่วน CMF Speaker M ได้รับการออกแบบให้มีพลังเสียงมากขึ้น โดยใช้โครงสร้างตู้ลำโพงแบบปิดพร้อมไดรเวอร์คู่ ประกอบด้วยวูฟเฟอร์กำลังขับ 25W และทวีตเตอร์ 10W รวมกำลังขับ 35W RMS รองรับความถี่ 60Hz–20kHz ซึ่งตามข้อมูลของ CMF จะช่วยให้เสียงเบสลงได้ลึกขึ้นและแยกรายละเอียดของเสียงร้องกับเครื่องดนตรีได้ชัดเจนกว่าเดิม ทั้งสองรุ่นยังมีระบบ Adaptive Tuning ที่วิเคราะห์การเล่นเพลงและปรับแต่งเสียงรวมถึง EQ แบบเรียลไทม์ พร้อมฟีเจอร์ Ultra Bass สำหรับเพิ่มน้ำหนักเสียงต่ำ และ Wide Soundstage ที่ช่วยเพิ่มมิติเสียงจากลำโพงตัวเดียว ผู้ใช้ยังสามารถปรับเสียงผ่านแอป Nothing X ได้ด้วย EQ สำเร็จรูป 4 รูปแบบ ได้แก่ Balanced, More Bass, More Treble และ Voice เพื่อให้เหมาะกับประเภทเพลงหรือคอนเทนต์ที่กำลังรับฟัง


อีกหนึ่งคุณสมบัติสำคัญของ CMF Speaker Series คือระบบการเชื่อมต่อที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้หลากหลาย โดยรองรับ Bluetooth 6.0 พร้อม NFC สำหรับแตะจับคู่ รวมถึง Google Fast Pair และ Microsoft Swift Pair เพื่อช่วยให้เชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนหรือคอมพิวเตอร์ได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้ยังรองรับ Dual-device Connection สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อมกันสองเครื่อง ทำให้สามารถสลับการใช้งานระหว่างโทรศัพท์กับแล็ปท็อปได้โดยไม่ต้องจับคู่ใหม่ทุกครั้ง สำหรับผู้ที่ต้องการเชื่อมต่อผ่านสาย ทั้งสองรุ่นรองรับ USB-C Audio เพื่อเล่นเสียงดิจิทัลแบบ Plug-and-play ที่มีความหน่วงต่ำ เหมาะกับการดูภาพยนตร์หรือเล่นเกม ส่วนการใช้งานร่วมกับลำโพงหลายตัวสามารถจับคู่ Speaker S สองตัว หรือ Speaker M สองตัวเพื่อเปิด Stereo Mode แยกเสียงซ้ายและขวาได้ ขณะที่ Party Mode ใช้เทคโนโลยี Auracast เพื่อส่งเสียงไปยังลำโพงที่รองรับตั้งแต่สองตัวขึ้นไป รวมถึงรุ่นที่รองรับจากแบรนด์อื่น นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Auto Wake Up สำหรับลำโพงที่เชื่อมต่อแหล่งจ่ายไฟภายนอก ซึ่งช่วยให้ลำโพงกลับมาทำงานอัตโนมัติเมื่ออุปกรณ์ที่เคยจับคู่เชื่อมต่ออีกครั้ง โดยสามารถควบคุมการเล่นเพลง เปลี่ยนเพลง ปรับระดับเสียง และเปิด Ultra Bass ผ่านปุ่มหมุนบนตัวลำโพงได้โดยตรง

ในด้านความทนทาน CMF Speaker S และ Speaker M ได้รับมาตรฐาน IP68 ซึ่งตามข้อมูลที่บริษัทระบุสามารถทนการจมน้ำลึกสูงสุด 1.5 เมตร เป็นเวลาไม่เกิน 30 นาทีภายใต้เงื่อนไขการทดสอบ พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสูงสุด 18 ชั่วโมง เมื่อเปิด Ultra Bass และตั้งระดับเสียงไว้ที่ 50% โดยรองรับการชาร์จเร็วเพียง 10 นาที เพื่อฟังเพลงต่อได้นานสูงสุด 1 ชั่วโมง ทำให้เหมาะกับการพกพาไปใช้งานนอกบ้านหรือกิจกรรมที่ไม่สะดวกชาร์จแบตเตอรี่บ่อยครั้ง สำหรับราคาจำหน่ายในประเทศไทย CMF Speaker S ราคา 2,699 บาท และ CMF Speaker M ราคา 4,299 บาท โดยทั้งสองรุ่นจะเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ ได้แก่ AIS, BaNANA, Dotlife, PowerBuy และ True รวมถึงช่องทางออนไลน์ Lazada, Shopee และ TikTok Shop โดยผู้ที่ต้องการลำโพงขนาดเล็กสำหรับพกพาอาจพิจารณา Speaker S ขณะที่ Speaker M เหมาะกับผู้ที่ต้องการกำลังขับสูงขึ้นสำหรับการฟังเพลงในพื้นที่กว้างกว่า ทั้งนี้สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ nothing.tech