Ericsson ConsumerLab คาดว่าผู้ใช้สมาร์ทโฟนไทย 52% จะใช้งาน Agentic AI ภายในปี 2573 เพิ่มจากปัจจุบันที่ 5% และสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่คาดว่าจะอยู่ราว 40% ตามรายงาน “An agentic life – How consumer AI usage is shaping future network needs” ซึ่งศึกษาการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมใช้ AI และผลต่อความต้องการเครือข่ายมือถือ โดยตัวเลขในอนาคตทั้งหมดเป็นการคาดการณ์ของรายงาน
ปัจจุบัน ผู้ใช้สมาร์ทโฟนไทย 52% ระบุว่าใช้ AI ในชีวิตประจำวัน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 67% ในปี 2573 ส่วน Multimodal AI ซึ่งรองรับข้อมูลหลายรูปแบบ เช่น ภาพ วิดีโอ และเสียง คาดว่าจะมีผู้ใช้งานเป็นประจำทุกวันเพิ่มจาก 15% เป็น 41% สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่คาดไว้ 30% ขณะที่ Agentic AI เน้นการดำเนินงานแทนผู้ใช้ เช่น สำรองที่นั่งหรือจัดตารางเวลา โดยผู้บริโภคไทยคาดหวังว่าจะช่วยลดเวลามองหน้าจอได้ 1.3 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเป็นความคาดหวัง ไม่ใช่ผลประหยัดเวลาที่วัดได้แล้ว
กลุ่ม “AI Super Users” ในไทยปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 12% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 34% ภายในปี 2573 เทียบกับค่าเฉลี่ยโลกที่คาดไว้ 31% รายงานยังพบว่าเวลาตอบสนองมีผลต่อความพึงพอใจด้านเครือข่ายของผู้ใช้กลุ่มนี้ในไทยมากกว่าผู้ใช้ทั่วไป 3.4 เท่า สะท้อนว่าการส่งข้อมูลขึ้นไปให้ AI ประมวลผลและรอผลลัพธ์อย่างรวดเร็วจะมีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ใช้งานหนาแน่นอย่างกรุงเทพฯ


แอนเดอร์ส เรียน ประธานบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย ระบุว่า การส่งภาพ วิดีโอ และเสียงให้ AI รวมถึงการทำงานเบื้องหลังอย่างต่อเนื่องของ AI Agent จะเพิ่มความต้องการด้าน ความจุอัปลิงก์ ความเสถียร และความปลอดภัยของเครือข่าย โดยมองว่า 5G Advanced, Network Slicing หรือการแบ่งส่วนเครือข่าย และการบริหารเครือข่ายด้วย AI จะเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้ให้บริการในการรองรับรูปแบบการใช้งานเหล่านี้
ความเชื่อมั่นยังเป็นอีกโจทย์สำคัญ เพราะผู้ใช้ AI ทุกวันในไทย 34% กังวลอย่างมากเรื่อง AI ปลอมหรือการถูกแฮกเพื่อแอบอ้างทำรายการในชื่อตนเอง ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการโทรคมนาคมได้รับความไว้วางใจสูงสุดในการยืนยันตัวตนของผู้ช่วย AI ตามผลการศึกษา นอกจากนี้ รายงานคาดว่าภายในปี 2573 ผู้ใช้สมาร์ทโฟนไทย 30% จะใช้ AI บนอุปกรณ์อื่นเพิ่มเติม เช่น แว่นตาอัจฉริยะ ทำให้เครือข่ายต้องรองรับการเชื่อมต่อข้ามอุปกรณ์และสถานที่ได้อย่างต่อเนื่องมากขึ้น
