Posted in

เปรียบเทียบ iPad mini 2024 vs iPad mini 2026 ต่างกันอะไร? OLED ใหม่ คุ้มอัปเกรดไหม

Apple เปิดตัว iPad mini รุ่นที่ 8 ปี 2026 และครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนชิปเหมือนการอัปเดตบางรุ่นที่ผ่านมา เพราะ Apple ปรับตั้งแต่หน้าจอ OLED ขนาดใหญ่ขึ้น ตัวเครื่องบางและเบาลง ชิป A20 Pro ไปจนถึงการเพิ่มมาตรฐานกันน้ำและฝุ่น IP67

เมื่อเทียบกับ iPad mini รุ่นที่ 7 ปี 2024 ที่ใช้ชิป A17 Pro จึงถือเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของ iPad mini ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ราคาจำหน่ายในประเทศไทยก็เพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างชัดเจนเช่นกัน

มาดูกันว่า iPad mini สองรุ่นนี้ต่างกันตรงไหน และสำหรับคนที่มี iPad mini A17 Pro อยู่แล้ว การอัปเกรดครั้งนี้คุ้มหรือไม่

เปรียบเทียบ iPad mini 2024 vs iPad mini 2026

รายละเอียด iPad mini 2024 iPad mini 2026
รุ่น iPad mini รุ่นที่ 7 iPad mini รุ่นที่ 8
ชิป A17 Pro A20 Pro
หน้าจอ Liquid Retina IPS LCD Super Retina XDR OLED
ขนาดหน้าจอ 8.3 นิ้ว 8.5 นิ้ว
ความละเอียด 2266 x 1488 พิกเซล 2316 x 1512 พิกเซล
ความสว่าง สูงสุด 500 nits 600 nits SDR / สูงสุด 1,200 nits HDR
CPU 6-core 5-core ในรุ่น 128GB/256GB
6-core ในรุ่น 512GB
GPU 5-core 7-core พร้อม Neural Accelerator ทุกคอร์
Neural Engine 16-core 16-core ในรุ่น 128GB/256GB
Dual 16-core รวม 32-core ในรุ่น 512GB
Memory Bandwidth 51.2GB/s 115.2GB/s
กล้องหน้า 12MP Center Stage แนวตั้ง 12MP Center Stage แนวนอน
Wi-Fi Wi-Fi 6E Wi-Fi 7
Bluetooth Bluetooth 5.3 Bluetooth 6
กันน้ำและฝุ่น ไม่มีมาตรฐาน IP IP67
ความหนา 6.3 มม. 5.4 มม.
น้ำหนัก Wi-Fi 293 กรัม 255 กรัม
สี Space Gray, Starlight, Purple, Blue Midnight, Starlight

จอ OLED คือการเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดที่สุด

จุดที่ผู้ใช้จะสัมผัสได้ทันทีน่าจะเป็นหน้าจอ เพราะ iPad mini รุ่นปี 2026 เปลี่ยนจาก Liquid Retina ที่ใช้พาเนล LCD มาเป็น Super Retina XDR แบบ OLED

ขนาดหน้าจอเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 8.3 นิ้ว เป็น 8.5 นิ้ว แต่ Apple ยังสามารถรักษาขนาดตัวเครื่องให้อยู่ในระดับใกล้เคียงเดิมได้ เนื่องจากลดขอบหน้าจอลงประมาณ 24%

ความละเอียดขยับจาก 2266 x 1488 พิกเซล เป็น 2316 x 1512 พิกเซล พร้อมความสว่างเต็มหน้าจอสำหรับ SDR และ HDR ที่ 600 nits และความสว่าง HDR สูงสุดถึง 1,200 nits

อีกข้อได้เปรียบของ OLED คือสามารถแสดงสีดำได้สนิทกว่าเดิม พร้อมอัตราส่วนคอนทราสต์สูงถึง 2,000,000:1 และลดความสว่างลงได้ต่ำสุดถึง 1 nit จึงเหมาะทั้งการดูวิดีโอ อ่านหนังสือ และใช้งานในที่มืดมากขึ้น

เพิ่มจอ Nano-texture เป็นครั้งแรกใน iPad mini

iPad mini 2026 ยังสามารถเลือก กระจกจอภาพ Nano-texture สำหรับรุ่นความจุ 256GB และ 512GB ซึ่งช่วยลดแสงสะท้อนในสถานที่ที่มีแสงสว่างมาก

จุดนี้น่าจะเหมาะกับผู้ที่ต้องใช้ iPad mini กลางแจ้งเป็นประจำ เช่น งานภาคสนาม รวมถึงครีเอเตอร์ที่ต้องการมองหน้าจอได้ชัดเจนขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมแสงไม่ได้

A20 Pro แรงขึ้น โดยเฉพาะ GPU และ AI

อีกการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการขยับจาก A17 Pro ไปเป็น A20 Pro ซึ่งผลิตด้วยกระบวนการระดับ 2 นาโนเมตร

Apple ระบุว่าชิปใหม่สามารถให้ประสิทธิภาพ CPU แบบ Multi-threaded เร็วขึ้นสูงสุดประมาณ 60% ขณะที่กราฟิกเร็วขึ้นสูงสุด 2.7 เท่า และประสิทธิภาพงาน AI เพิ่มขึ้นสูงสุด 4.5 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่น A17 Pro

GPU เพิ่มจาก 5-core เป็น 7-core และทุก GPU Core ของ A20 Pro มี Neural Accelerator สำหรับช่วยประมวลผลงาน AI โดยเฉพาะ พร้อมสถาปัตยกรรมกราฟิกรุ่นใหม่ที่รองรับ Dynamic Caching, Mesh Shading และ Hardware-accelerated Ray Tracing

แต่ A20 Pro แต่ละความจุได้สเปกไม่เหมือนกัน

จุดที่ควรรู้ก่อนเลือกซื้อ iPad mini 2026 คือ Apple แบ่งสเปกของ A20 Pro ตามความจุเครื่อง

iPad mini 128GB และ 256GB

  • CPU 5-core
  • Super Core 2-core
  • Efficiency Core 3-core
  • GPU 7-core
  • Neural Engine 16-core

iPad mini 512GB

  • CPU 6-core
  • Super Core 2-core
  • Efficiency Core 4-core
  • GPU 7-core
  • Dual 16-core Neural Engine รวม 32-core

ดังนั้นรุ่น 512GB ไม่ได้แตกต่างจากรุ่นความจุน้อยกว่าเฉพาะพื้นที่เก็บข้อมูลเท่านั้น แต่ยังได้ CPU เพิ่มอีกหนึ่งคอร์และ Neural Engine เพิ่มเป็นสองเท่า เหมาะกว่าอย่างชัดเจนหากตั้งใจใช้กับงาน AI หรือแอปที่ต้องประมวลผลหนักเป็นประจำ

Memory Bandwidth เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า

Memory Bandwidth ของ A17 Pro อยู่ที่ 51.2GB/s ขณะที่ A20 Pro เพิ่มขึ้นเป็น 115.2GB/s หรือมากกว่าเดิมกว่า 2 เท่า

ความแตกต่างนี้จะมีผลกับงานที่ต้องรับส่งข้อมูลจำนวนมากระหว่าง CPU, GPU และ Neural Engine โดยเฉพาะงานกราฟิก เกม การตัดต่อ และการประมวลผลโมเดล AI ภายในเครื่อง

บางลงและเบาลงอย่างเห็นได้ชัด

แม้หน้าจอจะใหญ่ขึ้น แต่ตัวเครื่องใหม่กลับมีขนาดบางและเบาลง

ขนาด iPad mini 2024 iPad mini 2026
ความสูง 195.4 มม. 195.3 มม.
ความกว้าง 134.8 มม. 132.6 มม.
ความหนา 6.3 มม. 5.4 มม.
น้ำหนัก Wi-Fi 293 กรัม 255 กรัม
น้ำหนัก Cellular 297 กรัม 263 กรัม

เท่ากับว่ารุ่นใหม่บางลงประมาณ 14% ขณะที่รุ่น Wi-Fi เบาลงประมาณ 13% และรุ่น Cellular เบาลงประมาณ 11%

สำหรับอุปกรณ์ที่จุดขายหลักคือการถือใช้งานด้วยมือเดียวและพกติดตัวตลอดเวลา การลดน้ำหนักลงเกือบ 40 กรัมจึงถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจไม่น้อย

เพิ่ม IP67 ใช้งานได้อุ่นใจขึ้น

iPad mini 2026 เป็นรุ่นแรกที่เพิ่มมาตรฐาน IP67 สำหรับการป้องกันน้ำและฝุ่น โดยผ่านการทดสอบในสภาวะควบคุมที่ความลึกสูงสุด 1 เมตร นานสูงสุด 30 นาที

แน่นอนว่าไม่ได้หมายความว่าสามารถนำไปใช้งานใต้น้ำได้ตามปกติ แต่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจสำหรับคนที่ใช้เครื่องนอกสถานที่ งานภาคสนาม หรือพกติดตัวตลอดวันได้มากกว่าเดิม

กล้องหน้าย้ายมาแนวนอน

กล้องหน้า Center Stage ยังคงมีความละเอียด 12MP แต่ Apple ย้ายตำแหน่งกล้องจากขอบแนวตั้งมาอยู่บน ขอบแนวนอน เหมือนกับ iPad รุ่นใหม่รุ่นอื่นๆ

ตำแหน่งใหม่นี้ทำให้เวลาวาง iPad แนวนอนเพื่อประชุมผ่านวิดีโอหรือ FaceTime มุมมองของผู้ใช้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น พร้อมปรับรูรับแสงจาก f/2.4 เป็น f/2.0

กล้องหลังยังคงเป็นกล้อง Wide 12MP แต่แฟลชได้รับการเปลี่ยนจาก True Tone Flash มาเป็น Adaptive True Tone Flash ซึ่งช่วยเรื่องการถ่ายภาพและการสแกนเอกสาร

ระบบเสียง Acoustic Display แบบใหม่

อีกสิ่งที่เปลี่ยนค่อนข้างน่าสนใจคือระบบลำโพง โดย iPad mini รุ่นเดิมใช้ลำโพงสเตอริโอแนวนอนพร้อมช่องลำโพงที่ตัวเครื่อง

รุ่นใหม่เปลี่ยนมาใช้ระบบที่ Apple เรียกว่า Acoustic Display โดยใช้วูฟเฟอร์ที่ทำงานร่วมกับตัวจอภาพเพื่อเพิ่มเสียงเบสและระดับเสียง พร้อมซ่อน Tweeter อยู่ระหว่างกระจกและตัวเครื่องอะลูมิเนียม ทำให้ไม่ต้องมีช่องลำโพงภายนอกเหมือนเดิม

Wi-Fi 7, Bluetooth 6 และโมเด็ม Apple C2

iPad mini รุ่นปี 2024 รองรับ Wi-Fi 6E และ Bluetooth 5.3 ขณะที่รุ่นปี 2026 เปลี่ยนมาใช้ชิปเครือข่าย Apple N1 ที่รองรับ

  • Wi-Fi 7
  • Bluetooth 6
  • Thread

สำหรับรุ่น Cellular ยังเปลี่ยนจากโมเด็ม Qualcomm Snapdragon X70 มาเป็น Apple C2 โดย Apple ระบุว่าสามารถรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย Cellular ได้เร็วขึ้นสูงสุด 50% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

รองรับชาร์จเร็ว 50% ประมาณ 30 นาที

แม้ความจุแบตเตอรี่จะลดจาก 19.3Wh ในรุ่นเดิมมาเป็น 18.9Wh แต่ Apple ยังคงระบุระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ในระดับเดียวกัน

สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือระบบชาร์จเร็ว โดยสามารถชาร์จได้ประมาณ 50% ภายในเวลาราว 30 นาที เมื่อใช้อะแดปเตอร์ USB-C ขนาด 35W หรือสูงกว่า

สิ่งที่ยังเหมือนเดิม

แม้จะเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่ แต่ก็มีหลายส่วนที่ไม่ได้เปลี่ยน ได้แก่

  • ความจุ 128GB, 256GB และ 512GB
  • Touch ID บนปุ่มด้านบน
  • รองรับ Apple Pencil Pro
  • รองรับ Apple Pencil (USB-C)
  • ความเร็วในการรับส่งข้อมูลของ USB-C อยู่ในระดับเดิม
  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ตามที่ Apple ระบุอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม

iPad mini 2026 ราคาไทยเท่าไหร่?

Apple เปิดราคา iPad mini รุ่นใหม่ในประเทศไทยเริ่มต้นดังนี้

รุ่น iPad mini 2024 ราคาเปิดตัว iPad mini 2026
Wi-Fi 128GB 17,900 บาท 24,900 บาท
Wi-Fi + Cellular 128GB 23,900 บาท 30,900 บาท

เท่ากับว่าราคาเริ่มต้นเพิ่มขึ้น 7,000 บาท ทั้งในรุ่น Wi-Fi และ Wi-Fi + Cellular ซึ่งถือว่าเป็นการขยับราคาค่อนข้างสูง

iPad mini 2026 มีให้เลือกความจุ 128GB, 256GB และ 512GB เช่นเดิม แต่ลดตัวเลือกสีเหลือเพียง Midnight และ Starlight

รุ่น Wi-Fi มีราคาเริ่มต้น 24,900 บาท ส่วน Wi-Fi + Cellular เริ่มต้น 30,900 บาท ขณะที่กระจก Nano-texture สามารถเลือกได้ในรุ่น 256GB และ 512GB

มี iPad mini A17 Pro อยู่แล้ว ควรอัปเกรดไหม?

ถ้ามองเฉพาะประสิทธิภาพการใช้งานทั่วไป เจ้าของ iPad mini A17 Pro ยังไม่จำเป็นต้องรีบเปลี่ยน เพราะ A17 Pro ยังมีประสิทธิภาพสูงเพียงพอสำหรับการเปิดเว็บ ดูวิดีโอ อ่านหนังสือ จดโน้ต เล่นเกม และใช้งาน Apple Intelligence

อีกทั้งทั้งสองรุ่นยังรองรับ Apple Pencil Pro มีความจุสูงสุดเท่ากัน และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ตามตัวเลขของ Apple ไม่ได้เปลี่ยนแบบก้าวกระโดด

แต่ถ้าต้องการอัปเกรดประสบการณ์หน้าจอ รุ่นปี 2026 มีเหตุผลมากขึ้นอย่างชัดเจน เพราะ OLED เป็นการเปลี่ยนแปลงที่มองเห็นได้ทุกครั้งที่ใช้งาน รวมถึงเครื่องที่เบาและบางลงอย่างเห็นได้ชัด

โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ iPad mini สำหรับดูหนัง อ่านหนังสือ เล่นเกม หรือถือใช้งานเป็นเวลานาน การเปลี่ยนแปลงด้านหน้าจอและน้ำหนักอาจมีความหมายมากกว่าความแรงของชิปเสียอีก

ใครควรอัปเกรดเป็น iPad mini 2026?

iPad mini รุ่นใหม่จะน่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับผู้ใช้กลุ่มต่อไปนี้

  • ต้องการจอ OLED และคุณภาพภาพที่ดีกว่าเดิมอย่างชัดเจน
  • ใช้ iPad mini ดูหนัง เล่นเกม หรืออ่านเป็นเวลานาน
  • ต้องการเครื่องที่เบาและบางกว่าเดิม
  • ใช้ iPad สำหรับงาน AI หรือกราฟิกหนัก
  • ใช้เครื่องกลางแจ้งหรือภาคสนามและต้องการ IP67
  • ต้องการ Wi-Fi 7 หรือระบบ Cellular ที่เร็วขึ้น
  • ใช้วิดีโอคอลในแนวนอนเป็นประจำ

ถ้ากำลังซื้อเครื่องใหม่ เลือก iPad mini รุ่นไหนดี?

หากราคาไม่ใช่ข้อจำกัด iPad mini 2026 เป็นตัวเลือกที่ครบกว่าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะจอ OLED, น้ำหนักที่ลดลง, A20 Pro, IP67, ระบบเสียงใหม่ และการเชื่อมต่อที่ทันสมัยกว่า

อย่างไรก็ตาม ราคาเริ่มต้น 24,900 บาททำให้ iPad mini รุ่นใหม่เข้าสู่ช่วงราคาที่สูงกว่าเดิมพอสมควร ดังนั้นหากเจอ iPad mini A17 Pro รุ่นปี 2024 ลดราคาลงมาแรง ก็ยังถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่เน้นความเล็ก พกง่าย และไม่ได้ต้องการ OLED หรือประสิทธิภาพระดับสูงสุด

สรุป iPad mini 2026 ไม่ได้แค่เปลี่ยนชิป

iPad mini ปี 2026 ถือเป็นการปรับใหญ่จริงๆ เพราะเปลี่ยนจาก LCD เป็น OLED ขยายหน้าจอเป็น 8.5 นิ้ว ลดขอบจอ ตัวเครื่องบางและเบาลง เพิ่มมาตรฐาน IP67 เปลี่ยนมาใช้ A20 Pro พร้อม Neural Accelerator รวมถึง Wi-Fi 7, Bluetooth 6 และระบบชาร์จเร็ว

จุดที่ต้องคิดหนักคือราคาที่เพิ่มขึ้นจาก iPad mini A17 Pro ถึง 7,000 บาทเมื่อเทียบราคาเปิดตัวในประเทศไทย

ดังนั้นสำหรับเจ้าของรุ่นปี 2024 การอัปเกรดจะคุ้มที่สุดเมื่อคุณต้องการ OLED, ตัวเครื่องที่เบาลง และความสามารถใหม่ๆ มากกว่าความแรงเพียงอย่างเดียว แต่ถ้ากำลังใช้ iPad mini รุ่นที่ 6 หรือรุ่นเก่ากว่านั้น การกระโดดขึ้นมาเป็นรุ่น A20 Pro จะเห็นความแตกต่างได้มากกว่าชัดเจน

ที่มา: MacRumors และ Apple ประเทศไทย