EssilorLuxottica และ Meta ประกาศเปิดตัวแว่นตา AI ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 โดยนำผลิตภัณฑ์ Ray-Ban Meta และ Oakley Meta เข้ามาจำหน่าย พร้อมรองรับการใช้งาน Meta AI ภาษาไทยผ่านการสั่งงานด้วยเสียง โดยมีกำหนดเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการขยายตลาดอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะของทั้งสองบริษัทมายังประเทศไทย หลังจากมียอดจำหน่ายแว่นตา AI ทั่วโลกแล้วหลายล้านชิ้น จุดเด่นของผลิตภัณฑ์คือการผสานเทคโนโลยี AI กล้องถ่ายภาพ และระบบเสียงเข้ากับแว่นตาที่สามารถสวมใส่ในชีวิตประจำวันได้ โดยมีราคาเริ่มต้น 16,290 บาท สำหรับ Oakley Meta HSTN และ 16,690 บาท สำหรับ Ray-Ban Meta (Gen 3)
สำหรับ Ray-Ban Meta ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ประกอบด้วย Ray-Ban Meta (Gen 3) ในดีไซน์ Wayfarer, Aviator และ Zena ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ของแว่นตา Ray-Ban แต่เพิ่มเติมความสามารถด้านเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพและวิดีโอแบบแฮนด์ฟรี การฟังเพลงหรือพอดแคสต์ผ่านลำโพงแบบเปิดหู (Open-ear) การรับสายโทรศัพท์ การส่งข้อความ และการแปลบทสนทนา รวมถึงการใช้งาน Meta AI เพื่อถามคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้สวมใส่กำลังมองเห็นโดยไม่จำเป็นต้องหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกเลนส์หลายประเภท เช่น เลนส์ใส เลนส์กันแดด เลนส์ Transitions เลนส์โพลาไรซ์ และเลนส์กรองแสงสีฟ้า ขณะที่กลุ่ม Ray-Ban Meta Optics มีรุ่น Blayzer Optics (Gen 2) และ Scriber Optics (Gen 2) ซึ่งออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานเป็นแว่นสายตาโดยเฉพาะ ทำให้ผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้งผู้ที่ต้องการแว่นกันแดดและผู้ที่สวมแว่นสายตาเป็นประจำ
ด้าน Oakley Meta จะเน้นกลุ่มผู้ใช้งานที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งและการออกกำลังกาย โดยมีให้เลือกสองดีไซน์หลัก ได้แก่ HSTN และ Vanguard สำหรับ Oakley Meta HSTN มาพร้อมกล้องที่รองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียด 3K Ultra HD และลำโพงแบบเปิดหู พร้อมมาตรฐานกันน้ำ IPX4 เหมาะสำหรับการใช้งานระหว่างทำกิจกรรมทั่วไป โดยบางรุ่นมีเลนส์ Oakley PRIZM ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแตกต่างของสีและแสงให้มองเห็นรายละเอียดได้ชัดเจนขึ้นในสภาพแสงที่หลากหลาย ส่วน Oakley Meta Vanguard ถูกพัฒนาสำหรับการออกกำลังกายที่จริงจังมากขึ้น เช่น การวิ่ง การปั่นจักรยาน และกิจกรรมกลางแจ้ง โดยใช้กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 12MP มุมมองกว้าง 122 องศา พร้อมระบบเสียงแบบเปิดหูและเทคโนโลยีลดเสียงลม ตัวแว่นรองรับมาตรฐานกันน้ำและฝุ่น IP67 และออกแบบให้สามารถใช้งานร่วมกับหมวกกันน็อกจักรยานได้



อีกหนึ่งคุณสมบัติที่น่าสนใจของ Oakley Meta Vanguard คือการรองรับการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันด้านฟิตเนสอย่าง Strava และ Garmin เพื่อช่วยให้ผู้สวมใส่เข้าถึงข้อมูลประสิทธิภาพการออกกำลังกายแบบเรียลไทม์ โดยไม่จำเป็นต้องหยุดกิจกรรมเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตรวจสอบข้อมูล ขณะที่การรองรับ Meta AI ภาษาไทยถือเป็นจุดสำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้ เนื่องจากช่วยให้ผู้ใช้งานในประเทศไทยสามารถโต้ตอบกับ AI ผ่านเสียงได้สะดวกขึ้น ทั้งการสอบถามข้อมูล การใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ และการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ EssilorLuxottica และ Meta ระบุว่าต้องการให้แว่นตา AI เป็นอุปกรณ์ที่ผสานเข้ากับกิจกรรมของผู้ใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การทำงาน การออกกำลังกาย หรือการบันทึกภาพจากมุมมองของผู้สวมใส่
สำหรับราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทย Ray-Ban Meta (Gen 3) มีราคาเริ่มต้น 16,690 บาท ขณะที่ Ray-Ban Meta Optics (Gen 2) เริ่มต้น 17,490 บาท ส่วน Oakley Meta HSTN มีราคาเริ่มต้น 16,290 บาท และ Oakley Meta Vanguard เริ่มต้น 20,390 บาท โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดมีกำหนดเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผ่านร้านค้าและตัวแทนจำหน่าย Ray-Ban และ Oakley ทั่วประเทศ ผู้สนใจสามารถตรวจสอบสาขาจำหน่าย Ray-Ban ได้ที่ https://stores.ray-ban.com/thailand และตรวจสอบร้านค้า Oakley ได้ที่ https://th.oakley.com/th/store-locator การเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยครั้งนี้ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกด้านแว่นตา AI เพิ่มขึ้น ทั้งรุ่นที่เน้นการใช้งานทั่วไป รุ่นสำหรับผู้สวมแว่นสายตา และรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับการออกกำลังกายโดยเฉพาะ