พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่กำลังเปลี่ยนไป เมื่อการดูแลสุขภาพไม่ได้หมายถึงแค่การหาเวลาไปออกกำลังกาย แต่ค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันการเข้าสังคมก็เริ่มขยับจากกิจกรรมยามค่ำคืนไปสู่รูปแบบ Active Socializing อย่างการรวมตัววิ่งกับ Run Club ในตอนเช้า ซึ่งได้ทั้งการเคลื่อนไหวร่างกาย การพบปะผู้คน และการสร้างคอมมูนิตี้ไปพร้อมกัน Sony จึงหยิบ LinkBuds Clip มาเชื่อมโยงกับภาพของไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ โดยมองว่าคน Gen Z ให้ความสนใจ wellness ในมิติที่กว้างขึ้น ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสังคมรอบตัว จากข้อมูลที่ Sony อ้างถึงจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พฤติกรรมดังกล่าวยังได้รับอิทธิพลจากการเห็นและแบ่งปันไลฟ์สไตล์ผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้การดูแลตัวเองและการแสดงความเป็นตัวเองเริ่มเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดย Sony สรุปภาพนี้ออกมาเป็น 3 เทรนด์ ได้แก่ Health Is The New Luxury, Run Club และ Expressive Lifestyle
เทรนด์แรก Health Is The New Luxury มองว่าสุขภาพกำลังกลายเป็นอีกสิ่งที่คนรุ่นใหม่เลือกลงทุน ทั้งในรูปของเวลา การเข้าร่วมกิจกรรม รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แนวคิดจึงค่อย ๆ เปลี่ยนจาก “ต้องหาเวลาไปออกกำลังกาย” มาเป็น “การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตร” และเมื่อรูปแบบการใช้ชีวิตเปลี่ยน แกดเจตที่พกติดตัวก็ต้องปรับตามไปด้วย โดยเฉพาะหูฟังไร้สายที่อาจถูกใช้ตั้งแต่การเดินทาง ทำงาน เดินในเมือง ไปจนถึงวิ่งหรือเข้ายิม Sony เชื่อมพฤติกรรมนี้กับแนวคิด Scene-based listening หรือการฟังที่ปรับไปตามสถานการณ์ เพื่อให้ความบันเทิงและกิจกรรมระหว่างวันต่อเนื่องกันมากขึ้น LinkBuds Clip จึงถูกนำเสนอในฐานะหูฟังที่สามารถเปลี่ยนบทบาทไปตามกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานทั่วไปในเมืองหรือใช้ระหว่างออกกำลังกาย โดยไม่จำเป็นต้องแยกอุปกรณ์ออกจากกันในแต่ละช่วงของวัน
เทรนด์ที่สองคือการเติบโตของ Run Club ซึ่งในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมาได้ขยับจากการรวมกลุ่มเพื่อออกกำลังกายไปสู่พื้นที่สำหรับพบปะ สร้างมิตรภาพ และเชื่อมโยงคนที่มีความสนใจใกล้เคียงกัน ทำให้เป้าหมายของการออกไปวิ่งไม่ได้มีเพียงเรื่องระยะทางหรือการเข้าเส้นชัย แต่รวมถึงผู้คนและประสบการณ์ระหว่างทางด้วย ตรงนี้เองที่รูปแบบ Open Ear ถูกนำมาเชื่อมโยงกับการวิ่ง เพราะบริเวณหูยังเปิดอยู่ ทำให้ผู้สวมใส่สามารถฟังเสียงรอบตัว บทสนทนา หรือสัญญาณเตือนต่าง ๆ ได้โดยไม่ตัดขาดจากสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ Sony ยังชี้ถึงเรื่องน้ำหนักเบา ความกระชับ และความสบายเมื่อต้องสวมต่อเนื่องเป็นเวลานาน รวมถึงการควบคุมด้วยการแตะบริเวณหูฟังหรือขมับ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ปรับการทำงานได้โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาระหว่างวิ่ง ลดการรบกวนจังหวะหรือเพซ และยังสามารถพูดคุยกับสมาชิกคนอื่นใน Run Club ได้ต่อเนื่อง


ส่วนเทรนด์ที่สาม Expressive Lifestyle สะท้อนอีกด้านหนึ่งของการเลือกแกดเจต เมื่ออุปกรณ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันไม่ได้ถูกพิจารณาจากฟังก์ชันเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการแต่งตัวและการแสดงออกถึงตัวตนได้ด้วย ตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับ ไปจนถึงหูฟังที่เลือกใส่ Sony จึงออกแบบ LinkBuds Clip ในลักษณะ Open Ear พร้อมรูปทรงคล้าย Ear-Cuff เพื่อให้ตัวหูฟังดูกลมกลืนไปกับเครื่องประดับบนใบหูมากกว่าการเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องพยายามซ่อน พร้อมตัวเลือกสีที่นำไปจับคู่กับสไตล์การแต่งตัวได้ ทั้งสีดำสำหรับลุคคลาสสิกมินิมอล สีลาเวนเดอร์ สีเทาอมเบจ และสีเขียวพาสเทล ทำให้สีและรูปทรงของหูฟังกลายเป็นรายละเอียดอีกส่วนหนึ่งของลุคในแต่ละวัน
ทั้ง 3 เทรนด์สะท้อนภาพเดียวกันว่า เทคโนโลยี สุขภาพ แฟชั่น และคอมมูนิตี้กำลังเชื่อมเข้าหากันมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กิจกรรมหนึ่งสามารถตอบโจทย์ได้หลายด้านพร้อมกัน การออกไปวิ่งอาจเป็นทั้งการออกกำลังกาย การพบเพื่อน และการแสดงออกถึงไลฟ์สไตล์ ขณะที่หูฟังก็ไม่ได้มีหน้าที่เพียงเปิดเพลง แต่ต้องเข้ากับกิจกรรม สภาพแวดล้อม และสไตล์ของผู้ใช้ด้วย Sony จึงนำ LinkBuds Clip มาเป็นตัวแทนของแนวคิดดังกล่าว ผ่านดีไซน์ Open Ear ที่ยังรับรู้สิ่งรอบตัว รูปทรง Ear-Cuff ที่เชื่อมกับแฟชั่น และรูปแบบการใช้งานที่ออกแบบให้ติดตามผู้ใช้ไปได้หลายกิจกรรมในหนึ่งวัน เป็นภาพของแกดเจตยุคใหม่ที่ไม่ได้แยกออกจากไลฟ์สไตล์ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีที่แต่ละคนเลือกใช้ชีวิตและแสดงความเป็นตัวเอง