คีย์บอร์ดพกพาส่วนใหญ่มักต้องเลือกระหว่าง ขนาดเล็ก กับ ความสบายในการพิมพ์ แต่ Keychron B11 Pro พยายามเอาสองเรื่องนี้มาอยู่ด้วยกัน ด้วยการออกแบบเป็นคีย์บอร์ดพับได้ พร้อม Layout แบบ Split Alice ที่วางปุ่มตามแนวมือมากกว่าคีย์บอร์ดสี่เหลี่ยมทั่วไป
จุดเด่นคือเวลาจะใช้งานก็แค่กางออกแล้วเริ่มพิมพ์ ส่วนตอนเดินทางก็พับเก็บใส่กระเป๋าได้ง่าย น้ำหนักเพียง 258 กรัม และยังเชื่อมต่อได้ทั้ง Bluetooth, 2.4GHz และ USB-C
ฟังดูเป็นคีย์บอร์ดที่เหมาะกับคนทำงานนอกสถานที่ไม่น้อย แต่ Layout ที่แตกต่างก็มีสิ่งที่ต้องทำความคุ้นเคยเหมือนกัน

ดีไซน์พับได้สุดสะดวก
สิ่งที่เห็นแล้วเข้าใจ Keychron B11 Pro ได้ทันทีคือ มันพับครึ่งได้
เมื่อกางออกจะเป็นคีย์บอร์ดขนาด 65% แบบ Split-Fold Alice Layout แต่เมื่อพับแล้วตัวเครื่องจะกินพื้นที่ในกระเป๋าน้อยลง ทำให้เหมาะกับการพกคู่กับ Tablet, Notebook หรือแม้กระทั่ง Smartphone มากกว่าคีย์บอร์ดไร้สายขนาดปกติ
ตัวเครื่องเมื่อกางมีขนาด 392.6 x 143 มม. และน้ำหนักประมาณ 258 กรัม โครงสร้างและ Keycap ใช้วัสดุ ABS พร้อมด้านหลังแบบ Soft-Touch ที่ช่วยให้จับถือได้ดีและวางบนพื้นผิวได้มั่นคงขึ้น
สีที่จำหน่ายในไทยคือ Space Gray ซึ่งเป็นโทนที่ดูเรียบและสามารถจับคู่กับอุปกรณ์ได้ง่าย

กางแล้วเปิด พับแล้วปิดเอง
ลูกเล่นที่ดูเล็กแต่มีประโยชน์มากคือระบบเปิด-ปิดตามการพับ
เมื่อพับ B11 Pro ระบบจะ ปิดเครื่องอัตโนมัติ เพื่อช่วยประหยัดแบตเตอรี่ และเมื่อกางออกก็กลับมาเปิดพร้อมเชื่อมต่ออีกครั้ง ช่วยทำให้ประหยัดไฟได้ดี
ทำให้รูปแบบการใช้งานจริงค่อนข้างเป็นธรรมชาติ คือหยิบออกจากกระเป๋า กาง วาง แล้วพิมพ์ได้เลย โดยไม่ต้องมองหาสวิตช์เปิดเครื่องทุกครั้ง
สำหรับอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาให้หยิบเข้า-ออกจากกระเป๋าบ่อยๆ นี่เป็นรายละเอียดที่ทำให้ใช้งานคล่องขึ้นเยอะ

Alice Layout แตกต่างจากคีย์บอร์ดทั่วไป
B11 Pro ไม่ได้ใช้ Layout สี่เหลี่ยมตรงแบบคีย์บอร์ด Notebook ทั่วไป แต่เป็น Alice Layout โดยปุ่มฝั่งซ้ายและขวาถูกแบ่งออกและวางเฉียงตามแนวของมือ
ข้อดีคือเวลาวางมือพิมพ์ ข้อมือไม่จำเป็นต้องบิดเข้าหากันมากเหมือนคีย์บอร์ดปกติ ทำให้ท่าทางในการพิมพ์มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น
แต่ก็ต้องยอมรับว่าถ้าคุ้นเคยกับคีย์บอร์ดปกติมานาน ช่วงแรกอาจต้องใช้เวลาปรับตัว เพราะตำแหน่งของปุ่มบางส่วนไม่ได้อยู่ในจุดเดียวกับที่กล้ามเนื้อมือจำเอาไว้ เพราะจะคล้ายๆ กับ Ergonomic Keyboard
นี่จึงเป็นทั้ง จุดขายและจุดที่ต้องทดลองก่อนซื้อ ของ B11 Pro ในเวลาเดียวกัน
ปุ่มแบบ Scissor เน้นพิมพ์ง่ายและเงียบ
Keychron B11 Pro ไม่ใช่ Mechanical Keyboard แต่ใช้ Scissor Mechanism คล้ายกับแนวทางของคีย์บอร์ด Notebook
Keycap ถูกออกแบบให้มีส่วนกลางเว้าลงเพื่อรับกับปลายนิ้ว ช่วยให้วางนิ้วบนปุ่มได้มั่นคงขึ้น และออกแบบมาเพื่อลดโอกาสการกดพลาดรวมถึงลดเสียงขณะพิมพ์
ลักษณะของปุ่มแบบนี้เหมาะกับคนที่ต้องการคีย์บอร์ดสำหรับพิมพ์งานมากกว่าต้องการสัมผัสแบบ Mechanical โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้ในพื้นที่สาธารณะ ร้านกาแฟ หรือระหว่างประชุม
อีกเรื่องที่ควรรู้คือ B11 Pro ไม่มีไฟ Backlight ดังนั้นถ้าต้องพิมพ์ในห้องมืดเป็นประจำอาจต้องพิจารณาจุดนี้ด้วย

เชื่อมต่อให้มาครบทั้ง Bluetooth, 2.4GHz และสาย
ด้านการเชื่อมต่อถือว่าให้มาค่อนข้างครบ เพราะรองรับถึง 3 รูปแบบ ได้แก่
- Bluetooth 5.3
- 2.4GHz Wireless
- USB-C แบบมีสาย
ผ่านระบบไร้สายสามารถสลับระหว่างคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และ Tablet ได้ โดยหน้า Keychron ระบุว่ารองรับอุปกรณ์ได้สูงสุด 4 อุปกรณ์ และสามารถเปลี่ยนอุปกรณ์ด้วยชุดคำสั่ง Fn + Q / W / E / R
จุดนี้ทำให้ B11 Pro เหมาะกับคนที่ไม่ได้ทำงานอยู่กับอุปกรณ์เครื่องเดียว เช่น พิมพ์เอกสารบน Notebook แล้วสลับไปตอบข้อความบน Tablet หรือ Smartphone
Bluetooth 5.3 ยังช่วยเรื่องการเชื่อมต่อและการใช้พลังงาน ซึ่งเข้ากับแนวคิดของคีย์บอร์ดพกพาที่ต้องการแบตเตอรี่อยู่ได้นานโดยไม่ต้องชาร์จบ่อยๆ
ถ้าต้องการความเร็ว ใช้ 2.4GHz หรือสายได้
การเชื่อมต่อแบบ Bluetooth มี Polling Rate ที่ 125Hz ส่วนเมื่อใช้ 2.4GHz หรือ USB-C จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,000Hz
ถ้าใช้พิมพ์เอกสารทั่วไป Bluetooth ก็เพียงพอและสะดวกที่สุด แต่ถ้าต้องการการตอบสนองที่เร็วขึ้นขณะใช้งานกับคอมพิวเตอร์ ก็สามารถเสียบ Receiver 2.4GHz หรือสาย USB-C ได้
ทำให้ B11 Pro ไม่ได้จำกัดตัวเองว่าจะต้องใช้แบบ Wireless อย่างเดียว
รองรับทั้ง Mac, Windows, Smartphone และ Tablet
ในด้านระบบปฏิบัติการ B11 Pro รองรับ
- macOS
- iOS
- Windows
- Android
- Linux
ตัวคีย์บอร์ดมี Layout และปุ่ม Function สำหรับ Mac มาให้ และสามารถปรับ Key Mapping ให้เข้ากับระบบที่ใช้งานผ่าน Keychron Launcher ได้
ข้อดีคือถ้าพกคีย์บอร์ดตัวเดียวแล้วต้องสลับระหว่าง MacBook, iPad และเครื่อง Windows ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนคีย์บอร์ดตามอุปกรณ์
แต่ก็ยังมีข้อสังเกต สำหรับ Android ถ้าใช้ Gboard หรือมือถือ Samsung ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นของ Swift Keyboard อาจจะต้องจูนใหม่เล็กน้อย

Keychron Launcher ปรับปุ่มได้เยอะกว่าที่คิด
แม้ B11 Pro จะเป็นคีย์บอร์ดพกพา แต่ด้าน Software ไม่ได้ถูกตัดออกไป
สามารถใช้งาน Keychron Launcher ผ่าน Web Browser โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม สามารถปรับ Key Mapping, สร้าง Macro, ตั้ง Shortcut และอัปเดต Firmware ได้
นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันสำหรับตั้งปุ่มเพื่อเรียก AI หรือ Application ที่ใช้บ่อย ทำให้สามารถจัดคีย์ลัดให้เข้ากับ Workflow ของตัวเองได้
Launcher รองรับ Windows, macOS และ Linux ผ่าน Browser อย่าง Chrome, Edge และ Opera โดยการตั้งค่าผ่าน Launcher ต้องเชื่อมต่อคีย์บอร์ดผ่านสายเพื่อให้ใช้งานได้ครบถ้วน
มีปุ่มลัด Emoji ให้ด้วย
ฟีเจอร์เล็กๆ สำหรับคนที่ใช้ Keyboard กับ Social Media หรือ Chat คือสามารถกด Fn + Shift เพื่อเรียกหน้าต่าง Emoji ขึ้นมาได้ทันที
ถือว่าเข้ากับ Character ของ B11 Pro ที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับโต๊ะทำงานเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการใช้งานกับ Smartphone และ Tablet ด้วย

บางแต่แบตฯ อึดใช้ได้นาน
ภายในใช้แบตเตอรี่ Li-Polymer ขนาด 250mAh ซึ่งดูไม่ได้ใหญ่ แต่ด้วยคีย์บอร์ดไม่มี Backlight และใช้ระบบไร้สายที่กินพลังงานไม่สูง ทำให้ Keychron ระบุระยะเวลาใช้งานผ่าน Wireless ได้สูงสุดถึง 138 ชั่วโมง
แน่นอนว่าตัวเลขจริงขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน แต่ถ้านำมาใช้เป็น Keyboard สำหรับเดินทาง ก็น่าจะไม่ใช่อุปกรณ์ที่ต้องหยิบมาชาร์จทุกวัน
ระบบปิดอัตโนมัติเมื่อพับก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยลดการใช้แบตโดยไม่จำเป็น
สเปก Keychron B11 Pro
| รายละเอียด | Keychron B11 Pro |
|---|---|
| Layout | 65% Split-Fold Alice |
| รูปแบบ | Ultra-Slim Foldable Keyboard |
| ขนาด | 392.6 x 143 มม. เมื่อกาง |
| น้ำหนัก | 258 กรัม ±10 กรัม |
| วัสดุตัวเครื่อง | ABS |
| Keycap | ABS แบบ Concave |
| กลไกปุ่ม | Scissor |
| Backlight | ไม่มี |
| การเชื่อมต่อ | 2.4GHz / Bluetooth 5.3 / USB-C |
| รองรับอุปกรณ์ | สูงสุด 4 อุปกรณ์ |
| Polling Rate 2.4GHz / Wired | 1,000Hz |
| Polling Rate Bluetooth | 125Hz |
| แบตเตอรี่ | Li-Polymer 250mAh |
| ระยะเวลาใช้งานไร้สาย | สูงสุด 138 ชั่วโมง |
| ระบบปฏิบัติการ | macOS, iOS, Windows, Android, Linux |
| Software | Keychron Launcher |
| สี | Space Gray |
| ภาษา | ภาษาไทย |
| ราคา | 2,290 บาท |
| รับประกัน | 2 ปี |
ข้อมูลราคาและการรับประกันอ้างอิงจาก Keychron Thailand ณ วันที่ตรวจสอบ โดยหน้าสินค้าแสดงราคา 2,290 บาท พร้อมการรับประกันฮาร์ดแวร์ 2 ปี

รุ่นนี้เหมาะกับใคร
Keychron B11 Pro ไม่ได้มาแข่งกับ Mechanical Keyboard ตัวหลักบนโต๊ะ แต่โจทย์ของมันคือ Keyboard ตัวที่สองที่หยิบไปไหนก็ได้
กลุ่มที่น่าสนใจคือคนใช้ iPad หรือ Tablet ทำงานนอกสถานที่ คนที่พก Notebook แต่ไม่ชอบ Keyboard บนเครื่อง หรือคนที่ต้องการ Keyboard แยกสำหรับ Smartphone
ด้วยน้ำหนักเพียงประมาณ 258 กรัม บวกกับการพับเก็บได้ ทำให้พื้นที่ที่เพิ่มขึ้นในกระเป๋าไม่ได้เยอะมาก
แต่สิ่งที่ต้องถามตัวเองก่อนซื้อคือ คุณเข้ากับ Alice Layout ได้หรือไม่ เพราะประสบการณ์ในการพิมพ์แตกต่างจาก Keyboard Notebook หรือ Keyboard ทั่วไปค่อนข้างชัด

bigglive Recommended
จากที่ได้ลองใช้งาน Keychron B11 Pro จุดที่ผมชอบคือความคล่องตัว
เวลาจะใช้งานแค่กางคีย์บอร์ดออกก็สามารถเริ่มทำงานได้เลย และเมื่อใช้เสร็จก็พับเก็บใส่กระเป๋าได้ทันที น้ำหนักเบาจึงไม่ได้รู้สึกว่าเพิ่มภาระในการพกอุปกรณ์ขึ้นมาอีกมาก
อีกจุดที่รู้สึกว่าเข้ากับคีย์บอร์ดตัวนี้มากคือ การวางบนตักแล้วพิมพ์
เพราะ Layout เป็นลักษณะ Ergonomic แบบ Alice ทำให้ตำแหน่งมือเวลาวางบนตักค่อนข้างเป็นธรรมชาติ จึงสามารถพิมพ์งานได้ถนัดแม้ในสถานการณ์ที่ไม่มีโต๊ะอยู่ตรงหน้า นี่เป็นข้อดีที่คีย์บอร์ดพกพาทรงปกติบางตัวทำได้ไม่ดีเท่า
การเชื่อมต่อ Bluetooth รุ่นใหม่ก็ทำให้การใช้งานคล่องตัว สลับไปใช้งานกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้สะดวก และยังช่วยเรื่องการประหยัดพลังงาน ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่มากนัก
แต่มีข้อสังเกตสำคัญคือเรื่อง Layout
ถ้านำ B11 Pro ไปวางบนโต๊ะเรียบแล้วเริ่มพิมพ์เหมือนคีย์บอร์ดทั่วไปทันที อาจมีโอกาสกดผิดในช่วงแรก เพราะตำแหน่งของปุ่มและองศาการวางมือเป็นแบบ Alice ไม่ได้เหมือน Layout ปกติที่หลายคนคุ้นเคย
ดังนั้นก่อนซื้อ แนะนำให้ลองพิมพ์จริงก่อน ว่ามือของเราเข้ากับ Layout แบบนี้หรือไม่ เพราะถ้าปรับตัวได้ ความคล่องตัวของ B11 Pro ถือเป็นจุดที่น่าสนใจมาก
จุดเด่น
- พับได้ พกง่าย และน้ำหนักเพียงประมาณ 258 กรัม
- กางแล้วพร้อมใช้งาน พับแล้วปิดอัตโนมัติ
- Alice Layout ช่วยให้วางมือได้เป็นธรรมชาติ
- ใช้งานบนตักได้ดี เหมาะกับงานนอกสถานที่
- รองรับ Bluetooth 5.3, 2.4GHz และ USB-C
- เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้หลายเครื่อง
- แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน
- ปรับปุ่มและ Macro ผ่าน Keychron Launcher ได้
- มี Layout ภาษาไทย
ข้อสังเกต
- Alice Layout ต้องใช้เวลาปรับตัว
- คนที่จำตำแหน่งปุ่มจาก Keyboard ปกติอาจกดผิดช่วงแรก
- ไม่มีไฟ Backlight
- ไม่ใช่ Mechanical Keyboard
- ถ้าซื้อมาเพื่อใช้บนโต๊ะเป็นหลัก Keyboard Layout ปกติอาจใช้ง่ายกว่าสำหรับบางคน

ด้วยราคา 2,290 บาท Keychron B11 Pro จึงเป็นคีย์บอร์ดที่ไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่ถ้าคุณต้องเดินทาง ทำงานกับ Tablet หรือ Smartphone บ่อย และอยากได้ Keyboard ที่กางแล้วทำงานได้แทบทุกที่ รุ่นนี้มีจุดเด่นที่แตกต่างจากคีย์บอร์ดพกพาทั่วไปชัดเจน
คำนิยามสั้นๆ ของ Keychron B11 Pro ที่ให้ทิ้งท้ายไว้ว่า คีย์บอร์ดบางพกง่ายที่เด่นตรงที่ไม่ได้แค่ “พับให้เล็ก” แต่พยายามทำให้ Keyboard พกพายังพิมพ์ได้จริงจังด้วย Layout แบบ Ergonomic — เพียงแต่ต้องลองก่อนว่ามือของคุณถูกกับ Alice Layout หรือไม่ ก็ต้องพิจารณากันหน่อยนะ
