Posted in

POCO F9 Series เปิดตัวไทย เรือธงสายเกม 185FPS เริ่ม 25,990 บาท

poco F9 Series

POCO ประเทศไทยเปิดตัว POCO F9 Series อย่างเป็นทางการ นำโดย POCO F9 Ultra และ POCO F9 Pro สมาร์ตโฟนตระกูล F Series รุ่นใหม่ที่วางตำแหน่งเป็นมือถือประสิทธิภาพสูงสำหรับคนที่ต้องการทั้งการเล่นเกม หน้าจอคุณภาพสูง กล้องระดับเรือธง และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่

รอบนี้ POCO ชูจุดเด่นเรื่องประสบการณ์การเล่นเกมที่ลื่นไหลสูงสุด 185FPS พร้อมหน้าจอ POCO HyperRGB AMOLED รีเฟรชเรตสูงสุด 185Hz, กล้องหลัก 200MP, ระบบเสียง Sound by Bose และแบตเตอรี่ความจุสูง โดยราคาเปิดตัวในไทยเริ่มต้นที่ 25,990 บาท

ชิปเรือธง พร้อม VisionBoost D8 สำหรับเกม

หัวใจหลักของ POCO F9 Series คือประสิทธิภาพ โดยรุ่นท็อปอย่าง POCO F9 Ultra มาพร้อมชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 และทำคะแนน AnTuTu ได้สูงสุด 4,165,108 คะแนนตามข้อมูลจากห้องปฏิบัติการของ POCO

ทั้ง POCO F9 Ultra และ POCO F9 Pro ยังมาพร้อมชิป VisionBoost D8 ซึ่งเป็นครั้งแรกของ F Series ที่จับคู่ชิปประมวลผลระดับเรือธงเข้ากับชิปประมวลผลภาพโดยเฉพาะ ช่วยรองรับ Smart Frame Rate สูงสุด 185FPS และ AI Super Resolution เพื่อให้ภาพเกมลื่นและคมชัดขึ้น

เล่นเกมลื่นสูงสุด 185FPS

POCO F9 Series ใช้ WildBoost Engine เพื่อยกระดับประสบการณ์เล่นเกม โดยรองรับการเล่นเกมที่เฟรมเรตสูงสุด 185FPS ในบางเกม ซึ่ง POCO ระบุว่าสามารถใช้งานโดยตรงกับเกมมากกว่า 20 เกม และมีอีก 5 เกมที่รองรับผ่านฟีเจอร์ Smart Frame Rate

ด้านการควบคุม รุ่นนี้ให้ Instant Touch Sampling Rate สูงสุด 4800Hz, การตอบสนองสัมผัสแบบ 10 จุดที่ 480Hz และอัตราการตอบสนอง Gyro สูงสุด 200Hz ช่วยให้การแตะ ปัด และเอียงเครื่องตอบสนองได้แม่นยำขึ้น ส่วนระบบระบายความร้อน POCO 3D IceLoop ถูกใส่มาเพื่อช่วยให้เครื่องทำงานได้เสถียรระหว่างเล่นเกมหนักต่อเนื่อง

จอ HyperRGB AMOLED รีเฟรชเรต 185Hz

ด้านหน้าจอ POCO F9 Series ใช้จอ POCO HyperRGB AMOLED รีเฟรชเรตสูงสุด 185Hz โดย POCO F9 Ultra ได้หน้าจอขนาดประมาณ 6.9 นิ้ว ส่วน POCO F9 Pro ใช้หน้าจอขนาด 6.59 นิ้ว เน้นตัวเครื่องที่กะทัดรัดกว่า

เทคโนโลยี HyperRGB ใช้โครงสร้างพิกเซลย่อยแบบ RGB เต็มรูปแบบ ช่วยให้ภาพคมชัด สีสด และให้ประสบการณ์ใกล้เคียงหน้าจอความละเอียด 2K ในขณะที่ใช้พลังงานน้อยลง นอกจากนี้ยังมีความสว่างสูงสุด 4,500 nits ในหลายสถานการณ์ และสูงสุด 10,000 nits เมื่อรับชมคอนเทนต์ HDR ตามเงื่อนไขการทดสอบของ POCO

ในด้านการถนอมสายตา POCO F9 Series มาพร้อม Xiaomi Vision Care และได้รับการรับรอง TÜV Rheinland Quadruple Eye Care เหมาะกับคนที่ใช้งานหน้าจอนาน ทั้งอ่าน เล่นเกม ดูวิดีโอ หรือใช้งานช่วงกลางคืน

ดีไซน์ใหม่ มีไฟหลังเครื่องและฝาหลังเรืองแสง

POCO F9 Ultra มาพร้อม Dynamic Light ด้านหลังตัวเครื่อง สามารถแสดงเอฟเฟกต์แสงตามการใช้งาน เช่น สายเรียกเข้า การแจ้งเตือน การเล่นเกม และการฟังเพลง

ส่วน POCO F9 Pro มีดีไซน์เรืองแสงแบบเต็มแผงเป็นครั้งแรกของ POCO ในสี Aurora Green ซึ่งสามารถเปล่งแสงนุ่ม ๆ ในที่มืดหลังได้รับแสงจากแสงแดดหรือแสงภายในอาคาร และยังสามารถสร้างลวดลายเรืองแสงด้วยเลเซอร์พอยเตอร์สีน้ำเงินอมม่วงที่จำหน่ายแยกต่างหาก

Sound by Bose ยกระดับเสียงบนสมาร์ตโฟน

อีกจุดที่ POCO เน้นมากในรุ่นนี้คือระบบเสียง โดย POCO F9 Series สานต่อความร่วมมือกับ Bose ผ่านเทคโนโลยี Sound by Bose เพื่อปรับจูนเสียงให้มีมิติและคุณภาพสูงขึ้น

POCO F9 Ultra มาพร้อมลำโพงสเตอริโอระดับมาสเตอร์เกรดแบบสมมาตรคู่ 1115D ทำงานร่วมกับซับวูฟเฟอร์แยกอิสระ 1620 เพื่อสร้างประสบการณ์เสียงแบบ 2.1 channel ส่วน POCO F9 Pro ใช้ลำโพงสเตอริโอ super-linear แบบสมมาตรคู่ 1115F พร้อม Sealed Cavity Design

นอกจากนี้ยังมีโปรไฟล์เสียง 2 แบบ ได้แก่ Dynamic ที่เน้นเสียงเบสเป็นธรรมชาติ และ Balanced ที่ให้เสียงโดยรวมสมดุล พร้อมโหมด Game Audio Mode ที่ช่วยเพิ่มความชัดของเสียงฝีเท้าในเกม เพื่อให้จับทิศทางเสียงได้ดีขึ้น

แบตเตอรี่ใหญ่สุด 8,050mAh พร้อมชาร์จเร็ว 100W

ด้านแบตเตอรี่ POCO F9 Ultra ให้ความจุสูงสุดในตระกูล POCO F Series ที่ 8,050mAh พร้อมส่วนประกอบซิลิคอน-คาร์บอน 16% โดย POCO ระบุว่าสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 2 วัน

ส่วน POCO F9 Pro ให้แบตเตอรี่ 6,330mAh เน้นการใช้งานได้ตลอดวันในตัวเครื่องที่กะทัดรัดกว่า ทั้งสองรุ่นรองรับ 100W HyperCharge แบบมีสาย และ 50W HyperCharge แบบไร้สาย รวมถึงรองรับชาร์จย้อนกลับแบบมีสาย 27W และไร้สาย 22.5W

กล้อง 200MP ครั้งแรกของ POCO

POCO F9 Series มาพร้อมกล้องหลัก 200MP Ultra-Clear เป็นครั้งแรกของ POCO โดยทั้งสองรุ่นมีระบบกันสั่น OIS และโหมดถ่ายภาพความละเอียด 200MP สำหรับคนที่ต้องการเก็บรายละเอียดสูง หรือครอปภาพหลังถ่ายได้ยืดหยุ่นขึ้น

กล้องหน้าของทั้งสองรุ่นให้ความละเอียด 32MP ส่วนความแตกต่างอยู่ที่กล้องซูม โดย POCO F9 Ultra ได้กล้อง Telephoto แบบ Periscope ระดับเรือธง ซูม Optical 5x, รองรับ 10x Lossless Zoom และ 20x AI Ultra Zoom

ขณะที่ POCO F9 Pro ใช้กล้อง Telephoto แบบ Floating ความละเอียด 50MP ซูม Optical 2.5x และโฟกัสใกล้สุด 10 ซม. รองรับการถ่ายตั้งแต่ Super Macro ไปจนถึงภาพระยะไกล นอกจากนี้ทั้งสองรุ่นยังมี Live Cinematography สำหรับวิดีโอ 4K Ultra HD พร้อมการเปลี่ยนโฟกัสอัตโนมัติและสลับเลนส์อย่างลื่นไหล

ราคา POCO F9 Ultra ในไทย

POCO F9 Ultra มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Dark Cherry และ Black พร้อมราคาโปรโมชันพิเศษตั้งแต่วันนี้ถึง 7 กันยายน 2569 ดังนี้

  • 12GB + 256GB ราคาโปรโมชัน 29,990 บาท จากราคาปกติ 31,990 บาท วางจำหน่ายเฉพาะ Shopee
  • 16GB + 512GB ราคาโปรโมชัน 32,990 บาท จากราคาปกติ 34,990 บาท วางจำหน่ายเฉพาะ Shopee
  • 16GB + 1TB ราคาโปรโมชัน 37,990 บาท จากราคาปกติ 39,990 บาท วางจำหน่ายเฉพาะ mi.com และ TikTok Shop

ลูกค้าที่สั่งซื้อ POCO F9 Ultra ในช่วงโปรโมชัน รับฟรี REDMI Headphone Neo มูลค่า 2,990 บาท พร้อมประกันตัวเครื่อง 2 ปี, ประกันหน้าจอแตกเปลี่ยน 1 ครั้งภายใน 6 เดือน และสิทธิ์ใช้งาน YouTube Premium กับ Google AI Pro ฟรี 3 เดือนตามเงื่อนไขที่กำหนด

ราคา POCO F9 Pro ในไทย

POCO F9 Pro มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ WhiteAurora Green และ Black วางจำหน่ายเฉพาะช่องทางออนไลน์ Lazada พร้อมราคาโปรโมชันตั้งแต่วันนี้ถึง 7 กันยายน 2569 ดังนี้

  • 12GB + 256GB ราคาโปรโมชัน 25,990 บาท จากราคาปกติ 27,990 บาท
  • 12GB + 512GB ราคาโปรโมชัน 27,990 บาท จากราคาปกติ 29,990 บาท

ลูกค้าที่สั่งซื้อ POCO F9 Pro ในช่วงโปรโมชัน รับฟรี REDMI Buds 8 มูลค่า 1,790 บาท พร้อมประกันตัวเครื่อง 2 ปี, ประกันหน้าจอแตกเปลี่ยน 1 ครั้งภายใน 6 เดือน และสิทธิ์ใช้งาน YouTube Premium กับ Google AI Pro ฟรี 3 เดือนตามเงื่อนไขที่กำหนด

poco

สรุป POCO F9 Series เหมาะกับใคร

มาถึงบทสรุปกันแล้ว POCO F9 Series เป็นสมาร์ตโฟนที่วางตัวชัดเจนในกลุ่มเรือธงสายคุ้ม โดยเฉพาะคนที่เน้นเล่นเกมและความบันเทิง เพราะได้ทั้งชิปเรือธง, ชิป VisionBoost D8, เฟรมเรตสูงสุด 185FPS, หน้าจอ AMOLED 185Hz, ระบบเสียง Sound by Bose และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่พร้อมชาร์จเร็ว

ถ้าอยากได้รุ่นที่จัดเต็มที่สุดทั้งแบตใหญ่ 8,050mAh, พื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุด 1TB, กล้อง Periscope 5x และระบบเสียง 2.1 channel รุ่นที่เหมาะคือ POCO F9 Ultra แต่ถ้าต้องการเครื่องที่กะทัดรัดกว่า ราคาดีขึ้น แต่ยังได้จอเรือธง เกมลื่น กล้อง 200MP และชาร์จเร็วครบ POCO F9 Pro ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากในงบเริ่มต้น 25,990 บาท

ดังนั้นต้องบอกเลยว่า การจ่ายแพงใช่ว่าจะจบในยุคนี้ เลือกที่ใช่และใช้พอก็จบกว่า งบไม่บานปลายด้วยนะ

สเปก POCO F9 Ultra และ POCO F9 Pro

รายการPOCO F9 UltraPOCO F9 Pro
หน้าจอPOCO HyperRGB AMOLED ขนาดประมาณ 6.9 นิ้วPOCO HyperRGB AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว
รีเฟรชเรตหน้าจอสูงสุด 185Hzสูงสุด 185Hz
ความสว่างหน้าจอสูงสุด 4,500 nits และสูงสุด 10,000 nits เมื่อรับชมคอนเทนต์ HDR ตามเงื่อนไขการทดสอบสูงสุด 4,500 nits และสูงสุด 10,000 nits เมื่อรับชมคอนเทนต์ HDR ตามเงื่อนไขการทดสอบ
เทคโนโลยีถนอมสายตาXiaomi Vision Care, TÜV Rheinland Quadruple Eye CareXiaomi Vision Care, TÜV Rheinland Quadruple Eye Care
ชิปประมวลผลSnapdragon 8 Elite Gen 5Snapdragon 8 Elite Gen 5, V series
ชิปประมวลผลภาพสำหรับเกมVisionBoost D8VisionBoost D8
เฟรมเรตเกมSmart Frame Rate สูงสุด 185FPS ในเกมที่รองรับSmart Frame Rate สูงสุด 185FPS ในเกมที่รองรับ
ระบบเกมWildBoost Engine, AI Super Resolution, Game Color EnhancementWildBoost Engine, AI Super Resolution, Game Color Enhancement
ระบบระบายความร้อนPOCO 3D IceLoopPOCO 3D IceLoop
การตอบสนองสัมผัสInstant Touch Sampling Rate สูงสุด 4800Hz, 10-point Touch Response 480Hz, Gyro Response 200HzInstant Touch Sampling Rate สูงสุด 4800Hz, 10-point Touch Response 480Hz, Gyro Response 200Hz
กล้องหลัก200MP Ultra-Clear พร้อม OIS200MP Ultra-Clear พร้อม OIS
กล้องซูมPeriscope Telephoto 5x, 10x Lossless Zoom, 20x AI Ultra ZoomFloating Telephoto 50MP, Optical Zoom 2.5x, โฟกัสใกล้สุด 10 ซม.
กล้องหน้า32MP32MP
วิดีโอLive Cinematography, วิดีโอ 4K Ultra HDLive Cinematography, วิดีโอ 4K Ultra HD
ระบบเสียงSound by Bose, ลำโพงสเตอริโอคู่ 1115D พร้อมซับวูฟเฟอร์แยก 1620, ระบบเสียง 2.1 channelSound by Bose, ลำโพงสเตอริโอ super-linear คู่ 1115F พร้อม Sealed Cavity Design
โหมดเสียงDynamic, Balanced, Game Audio ModeDynamic, Balanced, Game Audio Mode
แบตเตอรี่8,050mAh พร้อมส่วนประกอบซิลิคอน-คาร์บอน 16%6,330mAh
ชาร์จเร็วแบบมีสาย100W HyperCharge100W HyperCharge
ชาร์จไร้สาย50W HyperCharge50W HyperCharge
ชาร์จย้อนกลับแบบมีสาย 27W และไร้สาย 22.5Wแบบมีสาย 27W และไร้สาย 22.5W
สีที่วางจำหน่ายในไทยDark Cherry, BlackWhite, Aurora Green, Black
ความจุที่วางจำหน่ายในไทย12GB+256GB, 16GB+512GB, 16GB+1TB12GB+256GB, 12GB+512GB
ราคาโปรโมชันช่วงเปิดตัวเริ่ม 29,990 บาทเริ่ม 25,990 บาท
ช่องทางจำหน่ายShopee, mi.com และ TikTok Shop ตามรุ่นความจุLazada เท่านั้น

ที่มา : POCO ประเทศไทย / GSMArena