Posted in

iPhone 14 Pro vs iPhone 18 Pro ต่างกันแค่ไหน? ผ่าน 4 ปี ถึงเวลาอัปเกรดหรือยัง

iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งหมายความว่าตอนนี้ผู้ใช้หลายคนน่าจะเริ่มตั้งคำถามว่า ถึงเวลาขยับไป iPhone 18 Pro หรือ iPhone 18 Pro Max แล้วหรือยัง

ถ้ามองแค่หน้าตา อาจรู้สึกว่า iPhone Pro ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาไม่ได้เปลี่ยนแบบพลิกโฉมทุกปี แต่เมื่อรวมการอัปเกรดจาก iPhone 15 Pro, 16 Pro, 17 Pro มาจนถึง 18 Pro ความแตกต่างสะสมถือว่าเยอะมาก ทั้งเรื่องวัสดุ ชิป กล้อง แบตเตอรี่ การเชื่อมต่อ และฟีเจอร์ AI

ราคาไทย ต่างกันเท่าไร?

ตอนเปิดตัวในประเทศไทย iPhone 14 Pro มีราคาเริ่มต้น 41,900 บาท และ iPhone 14 Pro Max เริ่มต้น 44,900 บาท โดยรุ่นเริ่มต้นมีความจุ 128GB

ส่วน iPhone 18 Pro รุ่นใหม่ในไทยเริ่มต้นที่ 48,900 บาท และรุ่น Pro Max เริ่มต้นที่ 52,900 บาท โดยขยับความจุเริ่มต้นเป็น 256GB แล้ว

รุ่นราคาเริ่มต้นตอนเปิดตัวความจุเริ่มต้น
iPhone 14 Pro41,900 บาท128GB
iPhone 14 Pro Max44,900 บาท128GB
iPhone 18 Pro48,900 บาท256GB
iPhone 18 Pro Max52,900 บาท256GB

มองจากตัวเลขอย่างเดียว iPhone 18 Pro แพงขึ้นจาก iPhone 14 Pro ราว 7,000 บาท แต่ต้องไม่ลืมว่าความจุเริ่มต้นเพิ่มเป็นสองเท่า จาก 128GB เป็น 256GB ด้วย

ดีไซน์เปลี่ยนไปมากกว่าที่เห็น

iPhone 14 Pro ใช้กรอบ Stainless Steel และฝาหลังกระจกเต็มแผ่น ขณะที่ iPhone 18 Pro เปลี่ยนมาเป็นโครงสร้าง Aluminum Unibody พร้อม Ceramic Shield บางส่วนด้านหลัง ซึ่งถูกออกแบบให้ช่วยเรื่องการระบายความร้อนได้ดีขึ้น

ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา Apple ยังเพิ่มทั้ง Action Button, Camera Control และเปลี่ยนพอร์ตจาก Lightning มาเป็น USB-C ซึ่งถือเป็นความเปลี่ยนแปลงด้านการใช้งานที่รู้สึกได้จริงในชีวิตประจำวัน

หน้าจอใหญ่ขึ้น แต่เครื่องก็หนาและหนักขึ้นเล็กน้อย

iPhone 14 Pro ใช้หน้าจอ 6.1 นิ้ว ส่วน Pro Max อยู่ที่ 6.7 นิ้ว ขณะที่ iPhone 18 Pro ขยับเป็น 6.3 นิ้ว และ Pro Max เป็น 6.9 นิ้ว พร้อมขอบจอที่บางกว่า

อย่างไรก็ตาม ตัวเครื่องรุ่นใหม่ไม่ได้เบากว่าเสมอไป เพราะ iPhone 18 Pro หนา 8.75 มม. และหนัก 211 กรัม ส่วน Pro Max หนักถึง 249 กรัม ซึ่งมากกว่า iPhone 14 Pro และ 14 Pro Max เล็กน้อย

จุดแลกคือได้พื้นที่ภายในมากขึ้นสำหรับแบตเตอรี่ ระบบระบายความร้อน และฮาร์ดแวร์กล้องที่ซับซ้อนกว่าเดิม

A16 Bionic ขยับสู่ A20 Pro ระดับ 2 นาโนเมตร

ความต่างที่ชัดที่สุดด้านประสิทธิภาพคือ iPhone 14 Pro ใช้ A16 Bionic บนกระบวนการ 4 นาโนเมตร ขณะที่ iPhone 18 Pro ใช้ A20 Pro ระดับ 2 นาโนเมตร

RAM ก็เพิ่มจาก 6GB LPDDR5 เป็น 12GB LPDDR5X และแบนด์วิดท์หน่วยความจำเพิ่มจาก 51.2GB/s เป็น 115GB/s

GPU จากเดิม 5 Core เพิ่มเป็น 7 Core พร้อม Neural Accelerators และรองรับ Hardware-accelerated Ray Tracing รวมถึงมี Vapor Chamber สำหรับช่วยระบายความร้อน ซึ่งเหมาะกับเกม งานวิดีโอ และการประมวลผล AI มากกว่าเดิมอย่างชัดเจน

จุดใหญ่ที่สุดคือ Apple Intelligence และ Siri AI

แม้ iPhone 14 Pro ยังรองรับ iOS 27 แต่ข้อจำกัดสำคัญคือไม่รองรับ Apple Intelligence, Siri AI และ Visual Intelligence ซึ่งต้องอาศัยฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่กว่า

iPhone 18 Pro ได้ทั้ง A20 Pro และ Neural Engine แบบ Dual 16-core รวม 32 Core ทำให้ฟีเจอร์ AI กลายเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่สุดในการอัปเกรดจาก iPhone 14 Pro

จาก Lightning เป็น USB-C ต่างกันเยอะกว่าการเปลี่ยนหัวสาย

iPhone 14 Pro ยังใช้ Lightning และรองรับ USB 2 ที่ความเร็วสูงสุดประมาณ 480Mbps ขณะที่ iPhone 18 Pro ใช้ USB-C พร้อม USB 3 ที่รองรับความเร็วสูงสุดถึง 10Gbps

ความต่างนี้เห็นผลมากสำหรับคนที่ถ่ายวิดีโอ ProRes หรือไฟล์ขนาดใหญ่ เพราะสามารถถ่ายโอนไฟล์ไปยัง SSD หรือคอมพิวเตอร์ได้รวดเร็วกว่ามาก และยังรองรับ DisplayPort เพื่อส่งภาพระดับ 4K HDR ออกจอภายนอกด้วย

กล้องหลัก 48MP เหมือนกัน แต่ความสามารถคนละยุค

แม้ iPhone 14 Pro จะเป็นรุ่นแรกที่ได้กล้องหลัก 48MP แต่ iPhone 18 Pro พัฒนาต่อไปอีกหลายขั้น โดยกล้องหลักรุ่นใหม่รองรับภาพ 24MP และ 48MP พร้อม Variable Aperture ที่สามารถปรับรูรับแสงได้ 4 ระดับ ได้แก่ f/1.48, f/1.8, f/2.8 และ f/4.0

ผู้ใช้ยังสามารถควบคุมค่ารูรับแสง Shutter Speed, White Balance และ Histogram ได้จากแอป Camera โดยตรง ทำให้ประสบการณ์ถ่ายภาพขยับเข้าใกล้กล้องจริงมากขึ้น

Ultra Wide และ Telephoto จาก 12MP สู่ 48MP

iPhone 14 Pro ใช้กล้อง Ultra Wide และ Telephoto ความละเอียด 12MP ขณะที่ iPhone 18 Pro เปลี่ยนเป็นกล้อง 48MP Fusion Ultra Wide และ 48MP Fusion Telephoto

ระยะ Telephoto เปลี่ยนจาก 3x ที่ 77 มม. เป็น 4x ที่ 100 มม. พร้อมรองรับภาพคุณภาพระดับ Optical ที่ 8x หรือเทียบเท่า 200 มม.

Digital Zoom ก็เพิ่มจากสูงสุด 15x เป็น 40x และการถ่าย Macro สามารถใช้ความละเอียด 48MP ได้แล้ว

กล้องหน้าเปลี่ยนจาก 12MP เป็น 18MP แบบ Center Stage

กล้องหน้า TrueDepth 12MP ของ iPhone 14 Pro ถูกแทนที่ด้วยกล้อง 18MP Center Stage ที่ใช้เซ็นเซอร์แบบสี่เหลี่ยม

ข้อดีคือสามารถหมุนเฟรมภาพจากแนวตั้งเป็นแนวนอนได้โดยไม่ต้องหมุนตัวเครื่อง และยังมี Center Stage, Ultra-stabilized Video รวมถึง Dual Capture ที่สามารถบันทึกกล้องหน้าและกล้องหลังพร้อมกันได้สูงสุด 4K Dolby Vision

วิดีโอขยับจาก ProRes ธรรมดา สู่เครื่องมือระดับ Pro มากขึ้น

iPhone 14 Pro รองรับ ProRes สูงสุด 4K 30fps ขณะที่ iPhone 18 Pro สามารถถ่าย ProRes 4K 60fps ลง External Storage ได้ รวมถึงรองรับ Apple Log 2, ProRes RAW และ Academy Color Encoding System

สำหรับคนที่ใช้ iPhone ถ่ายงานจริง การเปลี่ยนจาก 14 Pro ไป 18 Pro จึงถือว่าได้ชุดเครื่องมือวิดีโอที่ต่างกันหลายระดับ

Wi-Fi 7, Bluetooth 6 และโมเด็ม C2

ระบบเชื่อมต่อก็เปลี่ยนตามยุค iPhone 14 Pro ใช้ Wi-Fi 6 และ Bluetooth 5.3 ขณะที่ iPhone 18 Pro รองรับ Wi-Fi 7 และ Bluetooth 6 ผ่านชิป Apple N1

โมเด็มก็เปลี่ยนจาก Qualcomm Snapdragon X65 มาเป็น Apple C2 ใน iPhone 18 Pro และรุ่น Pro Max ส่วนใหญ่ ซึ่ง Apple ระบุว่ามีประสิทธิภาพและการใช้พลังงานที่ดีขึ้น

แบตเตอรี่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

Apple ระบุว่า iPhone 14 Pro รองรับการเล่นวิดีโอสูงสุดประมาณ 23 ชั่วโมง ขณะที่ iPhone 18 Pro เพิ่มเป็นสูงสุด 36 ชั่วโมง

ฝั่ง Pro Max ก็ได้รับการปรับปรุงแบตเตอรี่เช่นกัน โดยเฉพาะจากตัวเครื่องที่ใหญ่ขึ้นและชิป A20 Pro ที่ประหยัดพลังงานกว่าเดิม

ดังนั้นคนที่ใช้ iPhone 14 Pro มาตลอด 4 ปีและสุขภาพแบตเตอรี่เริ่มลดลง ความต่างด้านแบตเตอรี่น่าจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่สัมผัสได้ทันทีหลังเปลี่ยนเครื่อง

สรุปความต่างแบบเร็ว

หัวข้อiPhone 14 ProiPhone 18 Pro
ปีเปิดตัว20222026
ชิปA16 Bionic 4nmA20 Pro 2nm
RAM6GB12GB
Apple Intelligenceไม่รองรับรองรับ
พอร์ตLightning, USB 2USB-C, USB 3 10Gbps
กล้องหลัก48MP f/1.7848MP Variable Aperture
Ultra Wide12MP48MP
Telephoto12MP 3x48MP 4x / Optical-quality 8x
กล้องหน้า12MP18MP Center Stage
Wi-FiWi-Fi 6Wi-Fi 7
เล่นวิดีโอสูงสุด 23 ชั่วโมงสูงสุด 36 ชั่วโมง
ราคาไทยเริ่มต้น41,900 บาท48,900 บาท

ใช้ iPhone 14 Pro อยู่ ควรเปลี่ยนหรือยัง?

ถ้าใช้งานพื้นฐาน เช่น Social Media, ดูวิดีโอ ถ่ายภาพทั่วไป และไม่ได้สนใจฟีเจอร์ AI มากนัก iPhone 14 Pro ยังเป็นมือถือที่ใช้งานได้ดี และยังรองรับ iOS 27 อยู่ ดังนั้นการเปลี่ยนเครื่องไม่ได้เป็นเรื่องจำเป็นทันที

แต่ถ้ามองในมุมของการใช้งานระยะยาว รอบ 4 ปีถือว่าเป็นช่วงที่การอัปเกรดสะสมเริ่มเห็นความต่างชัดเจนแล้ว โดยเฉพาะ A20 Pro, Apple Intelligence, USB-C, กล้อง 48MP ครบสามระยะ, Variable Aperture, กล้องหน้า Center Stage และแบตเตอรี่ที่ยาวขึ้น

ดังนั้นสำหรับเจ้าของ iPhone 14 Pro ที่รู้สึกว่าแบตเตอรี่เริ่มไม่ไหว ต้องการกล้องที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม หรืออยากใช้งาน Apple Intelligence อย่างเต็มรูปแบบ iPhone 18 Pro ถือเป็นการขยับที่เห็นความแตกต่างได้จริง มากกว่าการอัปเกรดแบบปีต่อปี

ที่มา: MacRumors