Posted in

Apple Watch Series 11 กับ Series 12 รุ่นไหนน่าซื้อกว่า?

หลังจาก Apple เปิดตัว Apple Watch Series 12 คำถามที่หลายคนอยากรู้คือ ถ้าเทียบกับ Apple Watch Series 11 รุ่นก่อนหน้าแล้ว รุ่นใหม่คุ้มพอให้ซื้อหรืออัปเกรดหรือไม่ โดยเฉพาะคนที่กำลังมองหาสมาร์ตวอทช์สำหรับสุขภาพ ออกกำลังกาย และใช้งานคู่กับ iPhone ในชีวิตประจำวัน

ข้อมูลจาก MacRumors ระบุว่า Series 12 ถือเป็นการอัปเกรดที่มีน้ำหนักมากกว่า Series 11 อย่างชัดเจน เพราะไม่ได้เปลี่ยนแค่สีหรือรายละเอียดเล็กน้อย แต่เพิ่มทั้งชิปใหม่ ระบบตรวจวัดสุขภาพใหม่ RAM มากขึ้น ฟีเจอร์เสียงอัจฉริยะ และความสามารถด้านการชาร์จที่ดีขึ้น

ดีไซน์ยังคล้ายเดิม แต่ Series 12 มีวัสดุให้เลือกมากขึ้น

ในภาพรวม Apple Watch Series 12 ยังใช้ดีไซน์ใกล้เคียงกับ Series 11 ไม่ได้เปลี่ยนหน้าตาแบบพลิกโฉม แต่มีการเพิ่มตัวเลือกวัสดุใหม่ โดยรุ่น Series 12 มีให้เลือกทั้งอะลูมิเนียม ไทเทเนียม และเซรามิก ส่วน Series 11 มีตัวเลือกหลักเป็นอะลูมิเนียมและไทเทเนียม

จุดที่น่าสนใจคือการกลับมาของตัวเรือนเซรามิกใน Series 12 ซึ่งเป็นตัวเลือกพรีเมียมสำหรับคนที่อยากได้ Apple Watch ที่ดูต่างจากรุ่นทั่วไป แต่ก็ต้องแลกกับน้ำหนักที่มากขึ้น โดย MacRumors ระบุว่ารุ่นเซรามิกมีขนาดและน้ำหนักมากกว่ารุ่นอะลูมิเนียมหรือไทเทเนียม

Series 12 ได้ชิป S11 และ RAM 4GB

ความต่างสำคัญอยู่ที่ภายใน โดย Apple Watch Series 11 ใช้ชิป S10 พร้อม RAM 2GB ขณะที่ Series 12 เปลี่ยนมาใช้ชิป S11 และเพิ่ม RAM เป็น 4GB

การเพิ่ม RAM เป็น 2 เท่าอาจไม่ได้ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าเปิดแอปเร็วขึ้นแบบชัดเจนทุกครั้ง แต่มีผลต่อการรองรับฟีเจอร์ใหม่ ๆ ในอนาคต โดยเฉพาะฟีเจอร์ด้าน AI และการประมวลผลบนตัวเครื่อง ซึ่งเป็นทิศทางที่ Apple กำลังให้ความสำคัญมากขึ้น

สุขภาพคือจุดขายใหญ่ของ Series 12

ถ้าดูเฉพาะเรื่องสุขภาพ Series 12 ถือว่าอัปเกรดจาก Series 11 ชัดเจนมาก โดยมาพร้อม Health Sensing System ใหม่ ใช้เซ็นเซอร์หัวใจไฟฟ้ารุ่นที่ 2 และเซ็นเซอร์หัวใจแบบ Optical รุ่นที่ 4 ที่ทำงานแบบ Always-on

Series 12 สามารถติดตามอัตราการเต้นของหัวใจเบื้องหลังได้ถี่ขึ้น โดยวัดทุก 5 วินาทีตลอดวัน และยังวัดค่า HRV ได้บ่อยขึ้นกว่าเดิมสูงสุด 24 เท่า เมื่อเทียบกับ Series 11 ทำให้ข้อมูลด้านการฟื้นตัวและสภาพร่างกายมีรายละเอียดมากขึ้น

Readiness App ช่วยบอกว่าวันนี้ควรลุยหรือควรพัก

อีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ที่ Series 12 ได้เพิ่มเข้ามาคือ Readiness App ซึ่งนำข้อมูลกิจกรรม การออกกำลังกาย ภาระการฝึกซ้อม ค่าสุขภาพ และคุณภาพการนอนมาประเมินเป็นคะแนนรายวัน

แนวคิดของฟีเจอร์นี้คือช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจสภาพร่างกายของตัวเองมากขึ้น เช่น วันนี้ควรออกกำลังกายหนักได้หรือควรพักฟื้นก่อน สำหรับคนที่ใช้ Apple Watch เพื่อฟิตเนสจริงจัง ฟีเจอร์นี้ทำให้ Series 12 น่าสนใจกว่า Series 11 อย่างเห็นได้ชัด

Audio Intelligence มีเฉพาะ Series 12

Apple Watch Series 12 ยังได้ฟีเจอร์ Audio Intelligence ซึ่งเป็นชุดความสามารถใหม่ที่ทำงานร่วมกับชิป S11 เช่น Live Rewind, Siri Recap, Sound Recognition และ Shazam

ตัวอย่างการใช้งานที่น่าสนใจคือ Live Rewind ที่ช่วยแสดงข้อความถอดเสียงจากบทสนทนาช่วงสั้น ๆ ก่อนหน้า หรือ Sound Recognition ที่ช่วยแจ้งเตือนเสียงสำคัญ เช่น เสียงไซเรนหรือกริ่งประตู ซึ่งอาจมีประโยชน์มากสำหรับผู้ใช้ที่มีปัญหาด้านการได้ยิน

แบตเตอรี่ใช้งานทั่วไปยังใกล้เดิม แต่ชาร์จไวขึ้น

ด้านแบตเตอรี่ Apple Watch Series 12 ยังมีระยะเวลาใช้งานทั่วไปสูงสุดประมาณ 24 ชั่วโมง และสูงสุดประมาณ 38 ชั่วโมง ในโหมดประหยัดพลังงาน ใกล้เคียงกับ Series 11

แต่จุดที่ดีขึ้นคือการชาร์จ โดย Series 12 ชาร์จเพียง 15 นาที สามารถใช้งานทั่วไปได้สูงสุดประมาณ 12 ชั่วโมง ขณะที่ Series 11 ชาร์จ 15 นาที ใช้งานได้ราว 8 ชั่วโมง นอกจากนี้การชาร์จ 5 นาทีสำหรับติดตามการนอนก็เพิ่มจาก 8 ชั่วโมงเป็นประมาณ 10 ชั่วโมง

หน้าจอและฟีเจอร์พื้นฐานหลายอย่างยังเหมือนเดิม

แม้ Series 12 จะมีหลายจุดที่อัปเกรด แต่ฟีเจอร์พื้นฐานหลายอย่างยังใกล้เคียงกับ Series 11 เช่น ความละเอียดและความสว่างหน้าจอ พื้นที่เก็บข้อมูล 64GB การเชื่อมต่อ 5G รวมถึงมาตรฐานการกันน้ำและฝุ่น

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าใช้งานทั่วไป เช่น ดูแจ้งเตือน รับสาย ดูสุขภาพพื้นฐาน ใช้ออกกำลังกายทั่วไป และไม่ต้องการฟีเจอร์ใหม่สุด Series 11 ยังไม่ได้ตกยุคทันที

แล้วควรซื้อรุ่นไหนดี?

ถ้าเป็นผู้ซื้อใหม่และราคาต่างกันไม่มาก Apple Watch Series 12 คือรุ่นที่น่าซื้อกว่า เพราะได้ชิปใหม่ RAM มากขึ้น ระบบสุขภาพใหม่ ฟีเจอร์ Readiness และ Audio Intelligence ซึ่งทำให้ใช้งานได้นานกว่าและพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ในอนาคตมากกว่า

แต่ถ้าเจอ Apple Watch Series 11 ในราคาลดแรงมาก รุ่นนี้ยังเป็นตัวเลือกที่คุ้มสำหรับคนที่ต้องการ Apple Watch เพื่อใช้งานพื้นฐาน ดูแจ้งเตือน วัดสุขภาพทั่วไป และออกกำลังกายแบบไม่เน้นข้อมูลฟื้นตัวเชิงลึก

เจ้าของ Series 11 ควรอัปเกรดไหม?

สำหรับคนที่ใช้ Apple Watch Series 11 อยู่แล้ว คำตอบอาจไม่จำเป็นต้องรีบเปลี่ยน เพราะหลายฟีเจอร์หลักยังใช้งานได้ดี และดีไซน์โดยรวมของ Series 12 ยังไม่ได้ต่างจากเดิมมาก

อย่างไรก็ตาม Series 12 จะน่าอัปเกรดสำหรับคนที่ต้องการข้อมูลสุขภาพละเอียดขึ้น โดยเฉพาะการติดตามหัวใจถี่ขึ้น ค่า HRV ด้านการฟื้นตัว Readiness App หรือผู้ใช้ที่ต้องการฟีเจอร์ด้านเสียงอย่าง Sound Recognition และ Siri Recap

สรุป: Series 12 เหมาะกับคนซื้อใหม่ ส่วน Series 11 ต้องดูที่ราคา

โดยรวมแล้ว Apple Watch Series 12 เป็นรุ่นที่น่าซื้อกว่าสำหรับผู้ใช้ใหม่ เพราะเป็นการอัปเกรดที่ชัดเจนกว่ารุ่นก่อน ทั้งด้านสุขภาพ ประสิทธิภาพ และฟีเจอร์อัจฉริยะ แต่ถ้าคุณใช้งาน Series 11 อยู่แล้ว และไม่ได้ต้องการฟีเจอร์สุขภาพเชิงลึก การรอรุ่นถัดไปก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ส่วน Apple Watch Series 11 จะยังน่าสนใจในกรณีเดียวคือ ราคาต้องลดลงมากพอ เพราะเมื่อ Series 12 เปิดตัวในราคาเริ่มต้นเท่ากับ Series 11 เดิม รุ่นใหม่ย่อมให้ความคุ้มค่ามากกว่าในภาพรวม

ปิดท้ายกันกับตารางเปรียบเทียบเผื่อใครอยากรู้ มาดูกันได้เลย

หัวข้อApple Watch Series 11Apple Watch Series 12
ชิปประมวลผลS10S11
RAM2GB4GB
ระบบวัดหัวใจElectrical Heart Sensor และ Optical Heart Sensor รุ่นที่ 3Health Sensing System พร้อม Electrical Heart Sensor รุ่นที่ 2 และ Optical Heart Sensor รุ่นที่ 4 แบบ Always-on
การวัดอัตราการเต้นหัวใจติดตามอัตราการเต้นหัวใจแบบพื้นฐานติดตามหัวใจเบื้องหลังแบบถี่ขึ้น ทุก 5 วินาที
HRVรองรับการวัด HRVรองรับ Recovery HRV และวัด HRV ได้ถี่ขึ้นสูงสุด 24 เท่า
แอปสุขภาพใหม่Vitals App สำหรับข้อมูลสุขภาพพื้นฐานVitals App เพิ่ม HRV และมุมมองสุขภาพช่วงกลางวัน พร้อม Readiness App
ฟีเจอร์ออกกำลังกายรองรับการติดตามกิจกรรมและออกกำลังกายทั่วไปเพิ่ม Readiness สำหรับประเมินความพร้อมของร่างกาย และติดตามจำนวนก้าวแม่นยำขึ้น
Audio Intelligenceไม่มีมี Live Rewind, Siri Recap, Sound Recognition และ Shazam
กระจกหน้าจอรุ่นอะลูมิเนียมIon-X Glass ทนรอยขีดข่วนขึ้น 2 เท่าCeramic Shield 2 แข็งแรงกว่า Ion-X ประมาณ 60%
วัสดุตัวเรือนอะลูมิเนียม และไทเทเนียมอะลูมิเนียม ไทเทเนียม และเซรามิก
แบตเตอรี่ใช้งานทั่วไปสูงสุดประมาณ 24 ชั่วโมงใช้งานทั่วไปสูงสุดประมาณ 24 ชั่วโมง
ชาร์จเร็วชาร์จ 15 นาที ใช้งานได้ราว 8 ชั่วโมงชาร์จ 15 นาที ใช้งานได้สูงสุดประมาณ 12 ชั่วโมง
ราคาเปิดตัวเริ่มต้น 14,900 บาท เริ่มต้น 14,90 บาท
เหมาะกับใครถ้าคุณเจอราคาลดแรง และใช้งานสุขภาพพื้นฐานคนซื้อใหม่ หรือคนที่อยากได้ฟีเจอร์สุขภาพและ AI ใหม่ล่าสุด

ที่มา: MacRumors