Canon เปิดตัว EOS R8 Mark II กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมรุ่นใหม่ที่พัฒนาต่อจาก EOS R8 โดยรอบนี้ไม่ได้เปลี่ยนแค่ประสิทธิภาพภายใน แต่ปรับตั้งแต่รูปทรง การควบคุม ไปจนถึงฟีเจอร์สำหรับงานภาพนิ่งและวิดีโอ ตัวกล้องใช้เซนเซอร์ Full-frame CMOS ความละเอียดประมาณ 24.2 ล้านพิกเซล ทำงานร่วมกับหน่วยประมวลผล DIGIC X และเพิ่มระบบป้องกันภาพสั่นไหวในตัวแบบ 5 แกนหรือ IBIS พร้อม Coordinated Control IS ที่ทำงานร่วมกับเลนส์ RF ที่มีระบบกันสั่น ให้ประสิทธิภาพลดการสั่นไหวสูงสุด 7.5 สต็อปบริเวณกลางภาพและ 7.0 สต็อปบริเวณขอบภาพ ขณะที่บอดี้มีขนาดประมาณ 131.4 x 90.0 x 79.7 มม. และน้ำหนักประมาณ 546 กรัมเมื่อรวมแบตเตอรี่กับการ์ดหน่วยความจำ ทำให้ยังคงแนวทางของกล้องฟูลเฟรมที่เน้นความคล่องตัวในการพกพา

การควบคุมก็ถูกยกระดับให้ใกล้กับกล้อง EOS R รุ่นใหญ่ขึ้น โดย EOS R8 Mark II มาพร้อมปุ่ม Multi-controller แบบจอยสติ๊ก ช่วยเลือกและควบคุมตำแหน่งโฟกัสขณะมองผ่านช่องมองภาพได้สะดวกขึ้น กริปถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ และหากต้องการพื้นที่จับมากขึ้นสามารถติด Extension Grip EG-E2 ที่จำหน่ายแยกต่างหากได้ ฝั่งระบบโฟกัสใช้ Dual Pixel CMOS AF II ซึ่งพัฒนาด้วยเทคโนโลยี Deep Learning และเพิ่ม Register People Priority สำหรับกำหนดบุคคลที่ต้องการให้กล้องให้ความสำคัญในการติดตาม เหมาะกับสถานการณ์ที่มีคนอยู่ในเฟรมจำนวนมาก ส่วนจังหวะที่เกิดขึ้นรวดเร็วสามารถใช้ Pre-Continuous Shooting ร่วมกับการถ่ายต่อเนื่องด้วยชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ได้สูงสุด 40 ภาพต่อวินาที ขณะที่ ISO สำหรับภาพนิ่งอยู่ที่ 100–102,400 และขยายได้ตั้งแต่ L:50 ถึง H:204,800

อีกจุดที่ Canon เพิ่มเข้ามาคือเครื่องมือสำหรับสร้างลุคของภาพให้เสร็จจากกล้องได้ง่ายขึ้น โดยเพิ่มโทนสีใหม่ NegativeFilmtone และ PositiveFilmtone ทำให้มีโทนให้เลือกทั้งหมด 16 แบบ พร้อมปรับความเข้มของฟิลเตอร์สีได้ ส่วน Handheld Night Scene เพิ่มโหมดสี Blue, Black & Orange, Pink และ Green ขณะที่ Interval Timer เพิ่ม Exposure Smoothing, Timer Priority และ Delayed Start สำหรับการทำ Time-lapse นอกจากนี้ Creative AUTO ยังมาพร้อมอินเทอร์เฟซช่วยแนะนำการสร้างภาพ ซึ่ง Canon ระบุว่าเป็นครั้งแรกสำหรับกล้องฟูลเฟรมในตระกูล EOS และยังมี Creative Assist แบบ Background Blur ที่ช่วยตั้งค่าการละลายฉากหลังสำหรับวิดีโอ รวมถึง Slow & Fast Motion Movie และ Cinema View เพื่อให้คนที่ยังไม่ต้องการลงลึกกับการตั้งค่าทางเทคนิคสามารถสร้างลักษณะภาพที่ต้องการได้ง่ายขึ้น

สำหรับสายวิดีโอ EOS R8 Mark II ถ่าย 4K 60p ด้วยเทคโนโลยี 6K Oversampling และรองรับ Full HD สูงสุด 180p พร้อมบันทึกเสียง รวมถึง Canon Log 3 สำหรับนำไฟล์ไปเกรดสีภายหลัง และ Custom Picture ที่นำความสามารถมาจากกลุ่ม Cinema EOS รองรับ Custom LUT และการปรับพารามิเตอร์ภาพเพิ่มเติม ตัวกล้องรองรับการไลฟ์สตรีมทั้งแบบมีสายและไร้สาย รวมถึงการทำงานแบบหลายมุมกล้องผ่าน Live Switcher Mobile นอกจากนี้ยังรองรับเลนส์ VR ทั้งแบบ Full-frame และ APS-C พร้อม VR Clear Mode ที่ปรับคอนทราสต์และความคมชัดสำหรับการรับชมผ่านแว่น VR และสามารถนำภาพนิ่งไปใช้กับ Dual Pixel 3D Converter เวอร์ชันใหม่ เพื่อสร้างโมเดลสามมิติจากข้อมูลที่ได้จากระบบ Dual Pixel CMOS AF บนเซนเซอร์

ด้านการใช้งานจริง EOS R8 Mark II มีช่องใส่ SD Card 1 ช่อง รองรับทั้ง UHS-I และ UHS-II เชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi มาตรฐาน IEEE 802.11b/g/a/n/ac/ax และ Bluetooth Low Energy 5.3 มี HDMI Type D, ช่องไมโครโฟนภายนอก 3.5 มม. และรองรับการจ่ายไฟหรือชาร์จผ่าน USB โดยใช้แบตเตอรี่ LP-E17 พร้อมกันนี้ Canon ยังเปิดตัวอุปกรณ์เสริมใหม่ ได้แก่ Extension Grip EG-E2, Tripod Grip HG-1000TBR ที่มาพร้อมรีโมต Bluetooth BR-E2 และ Speedlite EL-5 (Ver. 2) ซึ่งเพิ่มระยะเชื่อมต่อไร้สายจากประมาณ 30 เมตรเป็น 50 เมตร อย่างไรก็ตาม
ใครที่สนใจอยู่ตอนนี้บอกไว้ก่อนว่า Canon EOS R8 Mark II ยังไม่ได้ระบุราคาและกำหนดวางจำหน่าย EOS R8 Mark II ในประเทศไทย และ Canon ระบุว่าสเปก ราคา และกำหนดจำหน่ายอาจแตกต่างกันในแต่ละตลาด