Posted in

รีวิว Dune: Awakening เอาตัวรอดบน Arrakis ที่ไม่ได้มีแค่หนอนยักษ์

Dune: Awakening คือเกมแนว Open World Survival จาก Funcom ที่หยิบโลกของ Dune มาเล่าในมุมใหม่ โดยไม่ได้ให้เราเล่นเป็น Paul Atreides แต่พาผู้เล่นเข้าไปอยู่ในเส้นเวลาอีกแบบที่ Paul ไม่เคยเกิดขึ้น และเปิดพื้นที่ให้เราเป็นคนสร้างเส้นทางของตัวเองบนดาว Arrakis แทน

จุดเด่นของเกมไม่ได้มีแค่การเอาตัวรอดจากทะเลทรายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างฐาน คราฟต์อุปกรณ์ ต่อสู้ สำรวจโลก ขับพาหนะ และเข้าไปมีส่วนร่วมกับการเมืองและการแย่งชิงทรัพยากรบนดาวที่ Spice คือสิ่งสำคัญที่สุด

ทั้งหมดนี้ต้องบอกว่าเราจะมารีวิวให้คุณได้รู้กันในสไตล์ itcoolgang กันว่าจะคิดเห็นอย่างไรกับเกมนี้

เนื้อเรื่องของเกม

Dune: Awakening อยู่ในเส้นเวลา Alternate Timeline ของจักรวาล Dune โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญคือ Paul Atreides ไม่เคยเกิดขึ้น ทำให้เหตุการณ์หลายอย่างแตกต่างจากนิยายและภาพยนตร์ที่เราคุ้นเคย

ผู้เล่นจะเริ่มต้นจากการเป็นผู้รอดชีวิตคนหนึ่งบน Arrakis ก่อนจะค่อย ๆ ไต่ระดับจากการหาแหล่งน้ำและเอาชีวิตรอด ไปสู่การสร้างฐาน สร้างอำนาจ และเข้าไปมีบทบาทกับการเมืองระหว่างกลุ่มต่าง ๆ บนดาวทะเลทรายแห่งนี้

ตัวเกมเวอร์ชันปัจจุบันได้ขยายเนื้อเรื่อง Book One จนครบทั้ง 5 Act แล้ว และเพิ่มโหมด Single-player เต็มรูปแบบ ทำให้สามารถเล่นเนื้อเรื่องทั้งหมดคนเดียวตั้งแต่ต้นจนจบได้ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าเซิร์ฟเวอร์ Multiplayer ตลอดเวลา

แนวทางการเล่นเกม

พื้นฐานของ Dune: Awakening คือเกม Survival ที่ต้องให้ความสำคัญกับการเอาตัวรอดจริง ๆ โดยเฉพาะเรื่อง น้ำ ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญมากบน Arrakis

ช่วงแรกเราจะต้องเก็บวัตถุดิบ สร้างอุปกรณ์พื้นฐาน สำรวจพื้นที่ และระวังสภาพแวดล้อมที่อันตราย เช่น ความร้อน พายุทราย และ Sandworm ที่สามารถโผล่ขึ้นมาจัดการเราได้หากเดินทางบนทะเลทรายนานเกินไป

เมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ ระบบจะเริ่มเปิดกว้างขึ้น ตั้งแต่การสร้างฐานขนาดใหญ่ การสร้างเครื่องจักรสำหรับผลิตและ Refining Spice ไปจนถึงการคราฟต์พาหนะ เช่น Groundcar และ Ornithopter เพื่อช่วยให้เดินทางในพื้นที่กว้างได้ง่ายขึ้น

ตัวเกมรองรับทั้งการเล่นคนเดียว เล่นกับเพื่อน หรือเข้าไปอยู่ในโลก Multiplayer ที่มีผู้เล่นจำนวนมาก โดยเวอร์ชันใหม่ยังเปิดให้ปรับแต่งกติกาเกมได้ละเอียดขึ้น เช่น ความรุนแรงของพายุ ระบบ PvE/PvP อัตราเก็บทรัพยากร XP ความทนทานของไอเทม รวมถึงสิ่งที่จะหายไปเมื่อผู้เล่นเสียชีวิต

โลกของ Arrakis คือจุดแข็งที่สุด

สิ่งที่ Dune: Awakening ทำได้ดีคือการถ่ายทอดบรรยากาศของ Arrakis ออกมาได้มีเอกลักษณ์ ทั้งทะเลทรายกว้าง พื้นที่หินขนาดใหญ่ ถ้ำของ Fremen และเมืองอย่าง Arrakeen

การเดินทางในเกมไม่ได้เป็นแค่การวิ่งจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง เพราะผู้เล่นต้องคอยดูสภาพแวดล้อมตลอดเวลา ทั้งตำแหน่งดวงอาทิตย์ พายุทราย ไปจนถึงแรงสั่นสะเทือนบนพื้นซึ่งอาจดึงดูด Sandworm ขึ้นมา

ความรู้สึกว่าทะเลทราย “มีชีวิต” และพร้อมฆ่าเราได้ตลอดเวลานี่แหละ เป็นสิ่งที่ทำให้เกมมีคาแรกเตอร์แตกต่างจากเกม Survival ทั่วไปอย่างชัดเจน

การสร้างฐานและคราฟต์ของทำได้จริงจัง

สายสร้างบ้านน่าจะชอบเกมนี้ เพราะระบบก่อสร้างเปิดให้สร้างฐานได้ค่อนข้างละเอียด ทั้งอาคารขนาดเล็กไปจนถึงฐานขนาดใหญ่ และยังมีสไตล์สถาปัตยกรรมของ Atreides, Harkonnen และรูปแบบอื่น ๆ ให้เลือก

ฐานไม่ได้มีไว้สวยอย่างเดียว แต่ยังเป็นศูนย์กลางสำหรับวางเครื่องคราฟต์ เครื่องผลิตทรัพยากร ระบบจัดเก็บ และ Spice Refinery ซึ่งทั้งหมดมีผลกับการพัฒนา Character และการเปิดพื้นที่ใหม่

พาหนะคืออีกหนึ่งความสนุก

เมื่อเล่นผ่านช่วงเริ่มต้นไปแล้ว การได้สร้างพาหนะเองถือเป็นหนึ่งในจุดที่เกมเริ่มสนุกขึ้นมาก โดยเฉพาะ Ornithopter ที่ช่วยให้เราเดินทางข้ามพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและได้เห็น Arrakis จากมุมสูง

นอกจากนี้ยังมีพาหนะภาคพื้นดินและอุปกรณ์ช่วยเดินทางอย่าง Shigawire ทำให้การสำรวจไม่ได้รู้สึกจำเจเหมือนเกม Survival ที่ต้องเดินเท้าเก็บของอยู่ตลอดเวลา

การต่อสู้มีทั้งปืนและความสามารถพิเศษ

ระบบต่อสู้ของ Dune: Awakening ผสมทั้งอาวุธระยะประชิด อาวุธปืน และความสามารถของตัวละคร โดยช่วงเริ่มเกมเราสามารถเลือก Mentor และแนวทางพัฒนาตัวละคร ซึ่งจะส่งผลต่อ Skill ที่ใช้งานได้

การต่อสู้ไม่ได้รวดเร็วแบบเกม Action เต็มตัว แต่มีจังหวะที่ต้องวางแผนมากกว่า โดยเฉพาะการบุกพื้นที่ที่มีศัตรูจำนวนมาก หรือการจัดการทรัพยากรก่อนเข้าไปสำรวจพื้นที่อันตราย

PvP ไม่ได้บังคับเหมือนช่วงแรกแล้ว

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญของเกมคือ Funcom ปรับทิศทางไปทาง PvE-first มากขึ้น หลังข้อมูลของทีมพัฒนาพบว่าผู้เล่นมากกว่า 80% เลือกเล่นเนื้อหา PvE เป็นหลัก

ปัจจุบัน Deep Desert มี Instance แยกระหว่าง PvE และ PvP ทำให้ผู้เล่นที่ต้องการสำรวจและเก็บทรัพยากรโดยไม่อยากปะทะผู้เล่นอื่นสามารถเลือกเส้นทาง PvE ได้ง่ายขึ้น

จุดเด่นของ Dune: Awakening ที่น่าสนใจ

  • โลกของ Dune ทำออกมาได้ดี บรรยากาศ Arrakis มีทั้งความสวยและความอันตรายในเวลาเดียวกัน
  • ระบบ Survival มีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะเรื่องน้ำ ความร้อน พายุทราย และ Sandworm
  • สร้างฐานได้ละเอียด และฐานมีผลกับ Progression จริง ไม่ใช่แค่ของตกแต่ง
  • มีพาหนะให้สร้างและใช้งาน โดยเฉพาะ Ornithopter ที่ทำให้การสำรวจสนุกขึ้นมาก
  • เล่นได้หลายแบบ จะ Solo, Co-op หรือ Multiplayer ก็ได้
  • PvP เป็นทางเลือกมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องเข้าไปเสี่ยงกับผู้เล่นอื่นตลอดเวลา
  • โหมด Single-player เต็มรูปแบบ ทำให้คนที่ไม่ชอบเกมออนไลน์ก็เล่นเนื้อเรื่องได้ครบ
  • ไม่มีค่าสมาชิกรายเดือน ซื้อเกมแล้วเล่นได้ และมี Free Update เพิ่มคอนเทนต์ต่อเนื่อง

แต่เกมนี้อาจไม่ได้เหมาะกับทุกคน

Dune: Awakening ยังมีธรรมชาติของเกม Survival อยู่เต็มตัว ดังนั้นช่วงแรกจะค่อนข้างช้า ต้องเก็บทรัพยากร คราฟต์ของ และเดินทางไปมาเยอะ คนที่อยากเข้าเกมแล้วเน้นต่อสู้ทันทีอาจรู้สึกว่าเกมใช้เวลาในการปูพื้นพอสมควร

ระบบต่าง ๆ มีค่อนข้างเยอะ และช่วงเริ่มต้นต้องเรียนรู้ทั้งการจัดการน้ำ การสร้างฐาน ระบบ Crafting รวมถึงการพัฒนาตัวละคร หากไม่เคยเล่นเกม Survival มาก่อนอาจต้องใช้เวลาทำความเข้าใจสักพัก

ราคา Dune: Awakening ในไทย

แพลตฟอร์มEditionราคา
PS5Standard Edition1,701 บาท
PS5Deluxe Edition2,343 บาท
PS5Ultimate Edition2,985 บาท
PC (Steam)Standard EditionUS$49.99
PC (Steam)Deluxe EditionUS$69.99
PC (Steam)Ultimate EditionUS$89.99

สำหรับ PS5 ตัวเกม Standard Edition บน PlayStation Store ประเทศไทยอยู่ที่ 1,701 บาท ขณะที่ Deluxe Edition ราคา 2,343 บาท และ Ultimate Edition ราคา 2,985 บาท

ส่วน PC วางจำหน่ายบน Steam โดยตัวเกม Standard มีราคามาตรฐาน US$49.99, Deluxe US$69.99 และ Ultimate US$89.99 ทั้งนี้ราคาบน Steam อาจแสดงเป็นสกุลเงินหรือมีโปรโมชั่นแตกต่างกันตามช่วงเวลา

ตัวเกมเวอร์ชัน PC เปิดให้เล่นมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2025 ขณะที่เวอร์ชัน PS5 จะเปิดตัวเต็มวันที่ 22 กันยายน 2026 โดยผู้ซื้อ Deluxe และ Ultimate Edition สามารถเข้าเล่นแบบ Head Start ได้ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน

สรุปก่อนจาก

Dune: Awakening เป็นเกมที่น่าสนใจมากสำหรับคนที่ชอบทั้งโลกของ Dune และเกมแนว Survival เพราะมันไม่ได้แค่เอาชื่อ Dune มาแปะบนเกมเอาตัวรอด แต่พยายามเอาองค์ประกอบสำคัญของจักรวาลนี้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำ Spice Sandworm การเมือง และการแย่งชิงอำนาจ มาผสมกับระบบเกมได้ค่อนข้างลงตัว

จุดแข็งที่สุดคือบรรยากาศของ Arrakis การสำรวจ และการค่อย ๆ พัฒนาจากคนที่แทบไม่มีอะไร ไปสู่ผู้เล่นที่มีฐาน พาหนะ และอำนาจของตัวเอง ส่วนข้อสังเกตคือเกมต้องใช้เวลา และยังมีความเป็น Survival ที่ต้องฟาร์มและจัดการทรัพยากรอยู่พอสมควร

ถ้าคุณชอบเกมที่ให้ค่อย ๆ สร้างโลกของตัวเองและอยากสัมผัส Arrakis ในมุมที่ต่างจากหนัง Dune: Awakening ถือเป็นเกมที่น่าลองมาก โดยเฉพาะหลังการอัปเดตใหญ่ที่เพิ่ม Single-player และทำให้ PvP เป็นตัวเลือกมากขึ้น แต่ถ้าชอบเกมเนื้อเรื่องตรงไปตรงมาและไม่อยากเสียเวลากับการเก็บของหรือคราฟต์ เกมนี้อาจต้องลองดูก่อนว่าจะเข้ากับสไตล์ของคุณหรือไม่