Posted in

LINE เผยผลสำรวจ คนไทย 75% รู้ว่าต้องรับมือภัยพิบัติ แต่ยังรู้สึก “เตรียมไม่พอ” กังวลน้ำท่วมมากที่สุด

LINE เผยผลสำรวจพบ 75% ของคนไทยรู้ว่าต้องเตรียมรับมือภัยพิบัติแต่ยังรู้สึกเตรียมไม่พอ โดยน้ำท่วมเป็นภัยที่กังวลมากที่สุดที่ 76.7%
LINE เผยผลสำรวจพบ 75% ของคนไทยรู้ว่าต้องเตรียมรับมือภัยพิบัติแต่ยังรู้สึกเตรียมไม่พอ โดยน้ำท่วมเป็นภัยที่กังวลมากที่สุดที่ 76.7%

LINE ประเทศไทย เผยผลสำรวจการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติที่จัดทำโดย LY Corporation ครอบคลุมประเทศไทย ญี่ปุ่น และไต้หวัน พบประเด็นสำคัญในไทยว่า แม้คนส่วนใหญ่จะตระหนักถึงความจำเป็นในการเตรียมตัว แต่ยังมีถึง 75% ที่รู้สึกว่าตนเองเตรียมพร้อมไม่เพียงพอ โดยแบ่งเป็น 30.5% ที่วางแผนว่าจะเตรียมแต่ยังไม่ได้เริ่ม และอีก 44.5% ที่ลงมือเตรียมแล้วแต่ยังมองว่าสิ่งที่มีไม่เพียงพอ ขณะที่มีเพียง 16% ที่ประเมินว่าตนเองเตรียมพร้อมดีแล้ว ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนช่องว่างระหว่างการ “รู้ว่าควรเตรียม” กับการลงมือทำให้พร้อมจริง ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย เพราะกลุ่มที่ตระหนักแต่ยังเตรียมไม่เพียงพออยู่ที่ 88.1% ในญี่ปุ่น และ 81% ในไต้หวัน

เมื่อถามว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติประเภทใดสร้างความกังวลให้คนไทยมากที่สุด โดยสามารถเลือกตอบได้มากกว่าหนึ่งข้อ “น้ำท่วม” มาเป็นอันดับหนึ่งที่ 76.7% ตามด้วยแผ่นดินไหว 70.2% และภัยแล้งหรือการขาดแคลนน้ำ 54.3% อย่างไรก็ตาม ความกังวลของแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน โดยญี่ปุ่นและไต้หวันให้ความกังวลกับแผ่นดินไหวสูงที่สุดในสัดส่วน 88.8% และ 85.2% ตามลำดับ ผลที่ออกมาจึงสะท้อนให้เห็นว่าประสบการณ์ สภาพแวดล้อม และความเสี่ยงที่ผู้คนรับรู้ในแต่ละพื้นที่มีส่วนต่อการมองภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงวิธีที่แต่ละคนเลือกเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์เหล่านั้น

LINE เผยผลสำรวจพบ 75% ของคนไทยรู้ว่าต้องเตรียมรับมือภัยพิบัติแต่ยังรู้สึกเตรียมไม่พอ โดยน้ำท่วมเป็นภัยที่กังวลมากที่สุดที่ 76.7%
LINE เผยผลสำรวจพบ 75% ของคนไทยรู้ว่าต้องเตรียมรับมือภัยพิบัติแต่ยังรู้สึกเตรียมไม่พอ โดยน้ำท่วมเป็นภัยที่กังวลมากที่สุดที่ 76.7%

อีกประเด็นที่เห็นได้ชัดจากผลสำรวจคือ “ข่าวสาร” มีบทบาทสูงต่อการเตรียมตัวของคนไทย โดย 68.9% ของกลุ่มคนไทยที่มีการเตรียมพร้อมแล้วระบุว่า การเห็นข่าวเกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นหนึ่งในแรงจูงใจที่ทำให้เริ่มลงมือเตรียมตัว ขณะที่เมื่อถามถึงสิ่งที่ทำเป็นประจำเพื่อรับมือภัยพิบัติ การติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยพิบัติมาเป็นอันดับหนึ่งที่ 74.4% ตามด้วยการสำรองน้ำ อาหาร และของใช้จำเป็นสำหรับกรณีฉุกเฉินที่ 69.7% ตัวเลขส่วนนี้คำนวณจากผู้ตอบในไทยที่ระบุว่าตนเองมีการเตรียมพร้อมแล้ว ไม่ว่าจะมั่นใจหรือยังไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เตรียมไว้นั้นเพียงพอ

รูปแบบการเตรียมตัวของคนไทยยังแตกต่างจากอีกสองพื้นที่ที่สำรวจ เพราะในญี่ปุ่นและไต้หวัน การสำรองน้ำ อาหาร และของใช้จำเป็น เป็นวิธีเตรียมพร้อมอันดับหนึ่ง อยู่ที่ 72.8% และ 72.5% ตามลำดับ ขณะที่การติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยพิบัติอยู่ที่ 46% ในญี่ปุ่น และ 60.3% ในไต้หวัน เมื่อเทียบกับไทยที่สูงถึง 74.4% LINE จึงนำประเด็นเรื่องการเข้าถึงข้อมูลมาเชื่อมกับโครงการ “LIFELINE พร้อมก่อนวิกฤต” ที่ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนกว่า 15 องค์กร เพื่อให้ความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงแนะนำเครื่องมืออย่าง LINE ALERT สำหรับรับข้อมูลและการแจ้งเตือน และ LINE Safety Check สำหรับเช็กและแจ้งสถานะความปลอดภัยให้เพื่อนและครอบครัวทราบ

สำหรับผลสำรวจครั้งนี้ LY Corporation จัดทำระหว่างวันที่ 4-6 สิงหาคม 2569 ครอบคลุมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอายุ 18-69 ปีในประเทศไทย ญี่ปุ่น และไต้หวัน โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามพื้นที่ละ 420 คน รวมทั้งหมด 1,260 คน ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการเตรียมพร้อมและปัจจัยที่กระตุ้นให้เริ่มเตรียมตัว คำนวณจากผู้ตอบ 645 คนที่ระบุว่าตนเองได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมแล้ว แบ่งเป็นญี่ปุ่น 202 คน ไต้หวัน 189 คน และประเทศไทย 254 คน ผลสำรวจจึงชี้ให้เห็นทั้งระดับความกังวลและพฤติกรรมการเตรียมตัวของกลุ่มตัวอย่าง โดยเฉพาะในไทยที่แม้การติดตามข่าวสารจะเป็นวิธีเตรียมพร้อมอันดับหนึ่ง แต่คนส่วนใหญ่ยังมองว่าตัวเองต้องเตรียมตัวให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน