ก่อนที่ iCAUR V27 REEV จะเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทย iCAUR เล่ารายละเอียดของเทคโนโลยี REEV หรือ Range-Extended Electric Vehicle ซึ่งเป็นอีกทางเลือกของรถยนต์พลังงานใหม่สำหรับคนที่อยากได้ลักษณะการขับแบบรถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังต้องการความยืดหยุ่นเมื่อต้องเดินทางไกล หลักการสำคัญคือรถใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนล้อ ส่วนเครื่องยนต์มีหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับระบบ ไม่ได้เข้ามาขับล้อโดยตรงเหมือนรถไฮบริดทั่วไป ผู้ขับจึงยังได้การตอบสนองและแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้า ขณะที่เมื่อต้องเดินทางไกลก็สามารถใช้เชื้อเพลิงมาช่วยผลิตพลังงานต่อได้ สำหรับ V27 ระบบดังกล่าวถูกเรียกว่า Golden Range-Extender ซึ่งพัฒนาโดย Chery Group โดยรวมการทำงานของเครื่องยนต์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า มอเตอร์ และระบบบริหารพลังงานเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับตั้งแต่การขับในเมืองไปจนถึงการเดินทางระยะไกล

หัวใจของ Golden Range-Extender ใน iCAUR V27 REEV คือเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร ซึ่งทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับระบบขับเคลื่อน โดยในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังรวมสูงสุด 335 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 455 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 505 นิวตันเมตร ขณะที่เมื่อชาร์จแบตเตอรี่และเติมน้ำมันเต็ม รถสามารถเดินทางได้รวมมากกว่า 1,000 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้สูงสุดประมาณ 165 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC นั่นทำให้การใช้งานประจำวันสามารถเลือกใช้ไฟฟ้าเป็นหลักและกลับไปชาร์จเมื่อสะดวก ส่วนวันที่ต้องเดินทางไกล ระบบ Range Extender สามารถเข้ามาผลิตกระแสไฟฟ้าให้เดินทางต่อได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งสถานีชาร์จเพียงทางเดียว

สิ่งที่น่าสนใจอีกส่วนคือ Golden Range-Extender ไม่ได้มีรูปแบบบริหารพลังงานเพียงแบบเดียว แต่ให้ผู้ขับเลือกได้ 5 โหมด ตามสถานการณ์ เริ่มจาก Forced EV ที่เน้นใช้ไฟฟ้าล้วนจนแบตเตอรี่เหลือประมาณ 8% ก่อนเรียกเครื่องยนต์มาผลิตไฟ, EV Priority ที่ให้ความสำคัญกับไฟฟ้าเช่นกันแต่เริ่มบริหารพลังงานเมื่อแบตเตอรี่ลดลงประมาณ 15% และ Hybrid Mode สำหรับการเดินทางไกล ซึ่งระบบจะบริหารไฟฟ้าและเชื้อเพลิงตามความเร็วและรูปแบบการขับ โดยเริ่มทำงานเมื่อแบตเตอรี่เหลือประมาณ 15% สำหรับความเร็วต่ำ และประมาณ 30% เมื่อใช้ความเร็วสูง วิธีคิดจึงไม่ใช่แค่เลือกระหว่าง “ไฟฟ้าหรือน้ำมัน” แต่เปิดให้รถบริหารแหล่งพลังงานตามระยะทางและลักษณะการเดินทาง โดย iCAUR ระบุว่ากลยุทธ์ Power-Reserve Strategy ถูกออกแบบให้รองรับสถานการณ์มากกว่า 10 รูปแบบ รวมถึงอากาศร้อนหรือหนาว พื้นที่สูง เส้นทางภูเขา น้ำ โคลน และทะเลทราย

อีกสองโหมดถูกออกแบบมาเผื่อกิจกรรมนอกเมืองมากขึ้น โดย Fuel Priority จะใช้ Range Extender ช่วยรักษาพลังงานในแบตเตอรี่เอาไว้ เช่น ใช้น้ำมันช่วยผลิตไฟระหว่างเดินทางบนทางหลวง แล้วเก็บแบตเตอรี่ไว้ใช้เมื่อเข้าสู่พื้นที่ตั้งแคมป์ ระบบจะตั้งเป้าสำรองพลังงานจากค่า SOC ปัจจุบันเพิ่มประมาณ 1.5% โดยมีระดับขั้นต่ำประมาณ 15% และพลังงานในรถยังนำออกไปจ่ายให้อุปกรณ์ภายนอกผ่าน V2L กำลังสูงสุด 6 kW สำหรับไฟส่องสว่าง เตาไฟฟ้า เครื่องชงกาแฟ หรือโปรเจกเตอร์ได้ ส่วน Forced Charging จะสั่งให้เครื่องยนต์เร่งผลิตกระแสไฟเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ขึ้นไปประมาณ 80% เหมาะกับการเตรียมพลังงานก่อนเข้าสู่เส้นทางออฟโรด ทางลาดชัน ภูเขา โคลนหรือทราย ซึ่งเป็นช่วงที่อาจต้องการกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าต่อเนื่องมากกว่าการขับขี่ปกติ
นอกเหนือจากระบบขับเคลื่อน iCAUR V27 REEV ยังมาในรูปแบบ SUV ทรง Boxy ที่ผสมรายละเอียดแบบคลาสสิกกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ภายใต้แนวคิด “Classic Never Fades” และงานออกแบบ “Timeless in Motion” ขณะที่ห้องโดยสารใช้แนวคิด “Interstellar Cockpit” เน้นพื้นที่โปร่งและการจัดวางอุปกรณ์ให้เข้าถึงง่าย โดยรถรุ่นนี้ได้รับรางวัล Best Interior Design Award ในหมวด Premium Car จาก Torino Automotive Design Award (TADA) 2026 ภาพรวมจึงเป็นรถที่ iCAUR พยายามนำข้อดีของการขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ามารวมกับความยืดหยุ่นของ Range Extender ตั้งแต่ขับไปทำงานด้วยไฟฟ้า ออกทริปโดยไม่ต้องกังวลเรื่องจุดชาร์จ ไปจนถึงเก็บพลังงานไว้ใช้กับกิจกรรมกลางแจ้ง อย่างไรก็ตาม iCAUR V27 REEV ยังไม่ได้ประกาศราคาและกำหนดเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยแบรนด์ระบุว่าจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเร็ว ๆ นี้